บันเทิง : “ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์” เผยชีวิตยังมีความหมาย เพราะ…
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์ เปิดเผยว่าการกลับมารับงานแสดงอีกครั้ง เป็นสิ่งที่ช่วย “ยืดชีวิต” และทำให้ชีวิต “มีความหมาย” หลังป่วยพาร์กินสันมานานกว่า 30 ปี
ฮอลลีวูด รีพอร์ตเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 ถึงการให้สัมภาษณ์ของ ไมเคิล เจ. ฟ็อกซ์ ดาราดังวัย 65 ปีว่า การกลับมาเป็นดารารับเชิญในซีรีส์ Shrinking ของ Apple TV+ ทำให้เขาค้นพบความสุขในชีวิตอีกครั้ง
“มันช่วยยืดชีวิตของผม และทำให้ชีวิตน่าสนใจในแบบที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้ในช่วงนี้ของชีวิต” ฟ็อกซ์ ซึ่งมีอาการโรคพาร์กินสันมานานกว่า 30 ปีกล่าว พร้อมยืนยันว่าเขาไม่ได้ประกาศเลิกอาชีพนักแสดง และหากไม่ได้แสดงอีกก็เป็นเพราะโรคพาร์กินสันเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่การตัดสินใจของเขาเอง
ฟ็อกซ์ ซึ่งโด่งดังระดับโลกจากบท มาร์ตี้ แม็กฟลาย ในไตรภาคของ Back to the Future ในยุค 1980s กลับมาเป็นดารารับเชิญอีกครั้งในซีซั่นที่ 4 ของ Shrinking
ประมาณหกปีก่อนหน้านี้ ฟ็อกซ์ประกาศพักงานแสดงเพราะอาการของพาร์กินสันส่งผลต่อการพูด ก่อนจะกลับมาร่วมงานกับ บิล ลอว์เรนซ์ เพื่อนเก่าซึ่งเป็นผู้ร่วมสร้างซีรีส์ Shrinking ซีซั่นสาม ที่แพร่ภาพไปเมื่อต้นปี 2026 โดยรับบทเป็น เจอร์รี่ ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ที่บังเอิญพบกับ ดร.พอล โรดส์ ตัวละครหลักของซีรีส์ ซึ่งรับบทโดย แฮร์ริสัน ฟอร์ด ระหว่างรอพบแพทย์ ซึ่งแม้จะเป็นบทเล็กๆ แต่ก็สร้างความประทับใจและทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอ็มมีด้วย
ฟ็อกซ์ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคพาร์กินสันเมื่อปี 1991 ขณะอายุเพียง 29 ปี แพทย์ในเวลานั้นคาดว่าเขาจะสามารถทำงานแสดงต่อได้อีกราว 10 ปี ก่อนที่อาการจะรุนแรงจนไม่สามารถแสดงได้ แต่ปัจจุบันผ่านมากว่า 35 ปี เขายังคงทำงานและใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่อง
โรคพาร์กินสันเป็นโรคทางระบบประสาทที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยผู้ป่วยอาจมีอาการมือสั่น กล้ามเนื้อแข็ง เคลื่อนไหวช้าลง และเสียการทรงตัว ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การใช้ยาและการวิจัยช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นอกจากงานแสดงแล้ว ฟ็อกซ์ยังเป็นผู้ก่อตั้ง Michael J. Fox Foundation ซึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปี 2000 ได้สนับสนุนเงินทุนวิจัยโรคพาร์กินสันไปแล้วมากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส