อิหร่านจ่อแบนเรือสหรัฐฯ-อิสราเอล ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : อิหร่านพิจารณาร่างกฎหมายห้ามเรือของสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศ “ศัตรู” ใช้ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือชาติอื่น ขณะทรัมป์ยังป่าวประกาศ (บอกมาก้า) ว่า “อเมริกาคุมฮอร์มุซ” ได้แล้ว
สำนักข่าวของรัฐบาลอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ว่า รัฐสภาอิหร่านกำลังพิจารณามาตรการห้ามเรือที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ อิสราเอล และประเทศที่อิหร่านระบุว่าเป็น “ประเทศศัตรู” ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จนกว่าจะได้รับค่าชดเชยความเสียหายจากสงครามที่เกิดขึ้นกับประเทศ
ร่างกฎหมายดังกล่าวยังกำหนดให้เรือพาณิชย์ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องชำระค่าผ่านทางสูงสุดถึง 7 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าสินค้า และหากฝ่าฝืนเงื่อนไขของอิหร่าน อาจถูกปรับเป็นเงินสูงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าสินค้า
อิหร่านยังระบุว่า กำลังจัดทำข้อตกลงร่วมกับโอมานเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือ โดยให้เรือเดินสมุทรเข้าสู่ช่องแคบผ่านเส้นทางด้านเหนือใกล้ชายฝั่งอิหร่าน และออกทางด้านใต้ใกล้ชายฝั่งโอมาน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลโอมานยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าว
ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ แย้งว่าอิหร่านไม่มีอำนาจควบคุมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เพราะเป็นน่านน้ำสากล ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ ยังคงควบคุมสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยใช้ปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นกว่า 5 เดือนหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 โดยหลังถูกโจมตี อิหร่านตอบโต้ทางทหารและประกาศควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจระดับโลก เนื่องจากช่องแคบที่อยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่านเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก
ที่ผ่านมา ทรัมป์ประกาศตลอดเวลาว่ามีชัยชนะเหนืออิหร่าน อิหร่านกำลังขอเจรจา รวมถึงสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว ซึ่งทุกครั้งถูกอิหร่านตอกกลับว่าเป็นการโกหกประชาชนในช่วงที่คะแนนนิยมกำลังตกต่ำถึงขีดสุด
ล่าสุดทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ว่าการเจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซมีความคืบหน้า เพราะอิหร่านยอมลดอาวุธนิวเคลียร์และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นคำกล่าวที่แทบไม่มีใครสนใจ
นอกจากชาวอเมริกันจะกดดันให้ทรัมป์หาทางยุติสงครามอิหร่านแล้ว ข่าวบอกว่าประเทศพันมิตรในอ่าวอาหรับซึ่งได้รับผลกระทบจากการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ของอิหร่าน ต่างเรียกร้องให้สหรัฐฯ เร่งบรรลุข้อตกลงเพื่อลดความตึงเครียด เนื่องจากเกรงว่าหากการสู้รบรอบใหม่ปะทุขึ้น โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของประเทศในภูมิภาคอาจตกเป็นเป้าหมายของโดรนและขีปนาวุธของอิหร่าน จนสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส