ด่วน! สหรัฐฯ พักนัดสัมภาษณ์วีซ่าทั่วโลก
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ทรัมป์แก้เกม หลังศาลรัฐบาลกลางสั่งห้ามระงับวีซ่าถาวรจาก 75 ประเทศ โดยสั่งพักสัมภาษณ์วีซ่าทั่วโลกชั่วคราว อ้างเพื่ออบรมเจ้าหน้าที่คัดกรองผู้สมัครให้เข้มงวดขึ้น
รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งพักนัดหมายบริการวีซ่าสำหรับผู้สมัครทั่วโลกชั่วคราว ท่ามกลางมาตรการปราบปรามผู้อพยพที่เข้มข้นขึ้นในวาระที่สองของผู้นำพรรครีพับลิกัน
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กระทรวงได้เริ่มโครงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในสถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ ทุกแห่งทั่วโลก และจะปรับเปลี่ยนนัดหมายบริการวีซ่าเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ารับการอบรมดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดและระยะเวลาของการอบรม นอกจากระบุว่า การอบรมมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่กงสุลสามารถคัดกรองผู้สมัครที่อาจต้องพึ่งพาสวัสดิการของรัฐบาลสหรัฐฯ และเพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินผู้สมัครวีซ่าทุกคนได้อย่างครอบคลุมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
“ผู้สมัครวีซ่าถาวรที่มีนัดสัมภาษณ์กับสถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ จะได้รับอีเมลแจ้งเลื่อนนัด และจะได้รับแจ้งวันนัดหมายใหม่ในภายหลัง” ข่าวระบุ
คำสั่งพักนัดหมายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ผู้พิพากษารัฐบาลกลางมีคำสั่งเพิกถอนนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ที่ระงับการออกวีซ่าถาวรให้ผู้สมัครจาก 75 ประเทศ โดยระบุว่านโยบายดังกล่าวเกินขอบเขตอำนาจตามกฎหมายของมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ
นับตั้งแต่กลับเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สอง ทรัมป์ได้ดำเนินมาตรการปราบปรามผู้อพยพและเร่งเนรเทศอย่างเข้มข้น รวมถึงเพิกถอนวีซ่าและกรีนการ์ด ตลอดจนปฏิเสธคำร้องด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ความคิดเห็นทางการเมือง และการเข้าร่วมการประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์เพื่อต่อต้านปฏิบัติการของอิสราเอลในฉนวนกาซา โดยทรัมป์อ้างว่ามาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความมั่นคงภายในประเทศ
มาตรการดังกล่าวถูกองค์กรสิทธิมนุษยชนประณามอย่างกว้างขวางว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ และละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกับสิทธิที่จะได้รับกระบวนการทางกฎหมายที่เป็นธรรม ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนยังระบุด้วยว่า มาตรการปราบปรามผู้อพยพทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในกลุ่มชนกลุ่มน้อยที่กังวลว่าจะถูกเจ้าหน้าที่เพ่งเล็งจากเชื้อชาติหรือชาติพันธุ์
แม้ทรัมป์จะหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2024 ด้วยนโยบายหยุดยั้งการเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่รัฐบาลของเขายังทำให้การเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมายยากขึ้นด้วย เช่น การกำหนดค่าธรรมเนียมใหม่ที่มีราคาแพงสำหรับผู้สมัครวีซ่าทำงานบางประเภท.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส