ข้อมูลใบขับขี่ 153 ล้านใบ หลุดขายบนเว็บมืด!
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : เอฟบีไอเปิดการสอบสวน หลังพบว่าภาพสแกนใบขับขี่ของประชาชนในสหรัฐฯ และแคนาดามากกว่า 153 ล้านใบ รวมถึงใบขับขี่ของรัฐมนตรีกลาโหม ถูกนำไปขายบนเว็บมืด
สำนักงานเอฟบีไอในนิวออร์ลีนส์ แถลงเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 ว่า กำลังตรวจสอบเหตุข้อมูลใบขับขี่รั่วไหลครั้งใหญ่ ที่อาจเกี่ยวข้องกับ IDScan.net บริษัทผู้ให้บริการตรวจสอบเอกสารประจำตัว หลังมีรายงานข่าวว่าภาพสแกนใบขับขี่มากกว่า 153 ล้านใบปรากฏอยู่บนเว็บไซต์แห่งหนึ่งบนเว็บมืด (Dark Web)
รายงานข่าวดังกล่าว เป็นของ ไบรอัน เครบส์ ผู้สื่อข่าวอิสระด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ระบุว่า เขาพบเว็บไซต์ดังกล่าวกำลังขายภาพสแกนใบขับขี่ของประชาชนในสหรัฐฯ และแคนาดา โดยเขาค้นพบข้อมูลของเพื่อนและสมาชิกในครอบครัวของเขาเองหลายคน
เครบส์พบด้วยว่า ผู้มีชื่ออยู่ในข้อมูลที่รั่วไหลหลายคนเคยนำใบขับขี่ไปใช้เช่ารถ และช่วงเวลาที่เช่ารถตรงกับวันเวลาซึ่งปรากฏอยู่ในไฟล์ภาพสแกน นอกจากนี้ บริษัทรถเช่าบางแห่งยังใช้บริการตรวจสอบเอกสารของ IDScan.net จึงเกิดข้อสงสัยว่าข้อมูลอาจรั่วไหลจากระบบของบริษัทดังกล่าว
สำนักงานเอฟบีไอในนิวออร์ลีนส์ยืนยันเพียงว่า “เอฟบีไอกำลังตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว” แต่ปฏิเสธให้รายละเอียดเพิ่มเติม เนื่องจากการสอบสวนยังดำเนินอยู่
เครบส์ระบุเพิ่มเติมว่า หลังเผยแพร่รายงาน เว็บไซต์ซึ่งนำภาพสแกนใบขับขี่ออกขายบนเว็บมืดไม่สามารถเข้าถึงได้อีกต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าใบขับขี่ของพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมฯ รวมอยู่ในข้อมูลที่รั่วไหลด้วย ซึ่งเรื่องนี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมระบุว่าได้รับทราบรายงานและกำลังประเมินสถานการณ์
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเหตุการณ์นี้อาจเป็นการรั่วไหลของข้อมูลครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ และว่าข้อมูลบนใบขับขี่นั้นถือว่าเพียงพอสำหรับผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนที่สถาบันการเงินและหน่วยงานรัฐบาลจำนวนมาก ทำให้เจ้าของบัตรอยู่ในสภาพที่เสี่ยงอย่างมาก
ผู้ที่กังวลว่าข้อมูลอาจรั่วไหลสามารถอายัดประวัติเครดิตได้ฟรีกับบริษัทข้อมูลเครดิตรายใหญ่ทั้งสามแห่ง ได้แก่ อีควิแฟกซ์ เอ็กซ์พีเรียน และทรานส์ยูเนียน ซึ่งจะป้องกันไม่ให้มีการอนุมัติสินเชื่อหรือบัตรเครดิตใหม่จนกว่าจะยกเลิกการอายัด ตรวจสอบรายละเอียดได้ที่ https://www.usa.gov/credit-freeze
คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหรัฐฯ แนะนำว่า หากพบว่ามีผู้นำใบขับขี่ไปใช้ ควรแจ้งสำนักงานยานยนต์ของรัฐทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำเครื่องหมายเตือนในระบบ พร้อมตรวจสอบ อายัด และติดตามความเคลื่อนไหวของเครดิตอย่างสม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีข้อมูลรั่วไหลไม่ได้หมายความว่าจะต้องตกเป็นเหยื่อขโมยตัวตนทุกคน จึงควรติดตามบัญชีสำคัญและเตรียมพร้อมดำเนินการทันทีหากพบความผิดปกติ.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส