โดย: สยามทาวน์ยูเอส
เขาคือ “จอน เอลรอน” (Jon Elron) ผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจสตาร์ทอัพ การพัฒนาธุรกิจ และการสร้างบริษัทหลายแห่ง ก่อนที่ชีวิตจะพลิกเข้าสู่เส้นทางการเป็น “ผู้จัดการศิลปิน” ให้กับ เนเน่ รอยัล ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นงานที่ทำให้ “มหาชนชาวไทย” อยากรู้จักเขามากที่สุดในเวลานี้
จอน ซึ่งสำเร็จปริญญาตรีด้านธุรกิจจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ บอกกับสยามทาวน์ยูเอสว่าเรื่องทั้งหมดเริ่มขึ้นเมื่อต้นปี 2023 ระหว่างเดินเที่ยวตลาดนาคา ตำบลวิชิต จังหวัดภูเก็ต กับภรรยา แล้วได้ยินเสียงดนตรีร็อกสดที่หนักแน่นและมีพลังดึงดูด จนต้องเดินตามเสียงและพบเด็กหญิงวัย 12 ปีในชุดนักเรียน กำลังเล่นเพลง “Enter Sandman” ของ Metallica
เด็กคนนั้นคือ “เนเน่ รอยัล”
จอนบอกว่า เขามองเห็นบางอย่างในตัวเนเน่ตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่แค่ทักษะการร้องเพลงหรือเล่นกีตาร์ แต่รวมถึงบุคลิกและพลังการแสดง จนตัดสินใจเข้าไปพูดคุยกับครอบครัว และเสนอว่าจะช่วยวางเส้นทางอาชีพให้เธอ
จากการเป็นผู้วางทิศทางอาชีพศิลปินให้เนเน่มาตลอดหลายปี จนพาเด็กหญิงจากภูเก็ตขึ้นสู่เวที America’s Got Talent และกลายเป็นร็อกเกอร์วัยเยาว์ที่ผู้ชมทั่วโลกกำลังจับตามอง วันนี้ จอนคือผู้บริหารของ Black Lotus Global LLC บริษัทที่ดูแลธุรกิจและแบรนด์ของ Nene Royal ในสหรัฐฯ
สยามทาวน์ยูเอส ได้รับโอกาสพูดคุยกับจอน เอลรอน แบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยเป็นครั้งแรกที่เขาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับเนเน่ รอยัล ด้วย...
**อยากให้เล่าถึงตัวคุณและพื้นฐานก่อนที่จะเข้ามาดูแลเนเน่**
พื้นฐานของผมส่วนใหญ่อยู่ในด้านธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ในแคลิฟอร์เนียเป็นเวลาหลายปี และร่วมก่อตั้งรวมทั้งช่วยสร้างบริษัทสตาร์ทอัพหลายแห่ง
หลังจากออกจากบริษัทที่ทำอยู่ก่อนหน้านั้น ผมเดินทางไปเมืองไทยกับภรรยาในช่วงปลายปี 2022 การเดินทางครั้งนั้นนำผมมาพบเนเน่โดยไม่คาดคิด และท้ายที่สุดก็ทำให้ผมเข้ามาสู่การเป็นผู้จัดการศิลปิน
**คุณพบเนเน่ครั้งแรกได้อย่างไร**
ผมเห็นเนเน่ครั้งแรกตอนไปเที่ยวประเทศไทยกับภรรยาเมื่อต้นปี 2023 เรากำลังเดินอยู่ในตลาดแห่งหนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงดนตรีสดที่ไพเราะมาก เราจึงเดินตามเสียงนั้นไป แล้วเราก็พบเด็กหญิงวัย 12 ปีในชุดนักเรียน กำลังเล่นเพลง “Enter Sandman” ของ Metallica
เนเน่ยอดเยี่ยมมาก เธอเล่นกีตาร์ได้อย่างน่าทึ่ง และร้องเพลงด้วยเสียงที่เกินวัยมาก แต่สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจไม่ใช่เพียงความสามารถทางดนตรีของเธอเท่านั้น เธอมีบางอย่างที่โดดเด่นอย่างชัดเจน ทั้งในฐานะศิลปินและในตัวตนของเธอเอง เธอมีบางอย่างที่ดึงดูดผู้คน และในเวลาเดียวกันก็มีความจริงใจอย่างมาก ผมรู้ทันทีว่าเธอเป็นคนที่มีพรสวรรค์พิเศษอย่างยิ่ง
ตอนนั้นเธอใช้ชื่อในการแสดงว่า “Angel of Music Rock” และมีผู้ติดตามในเฟซบุ๊กเพียงไม่มาก
ผมได้พบเนเน่และครอบครัวของเธอ บอกพวกเขาว่าผมเชื่อว่าเนเน่อาจไปได้ไกลแค่ไหน และเสนอที่จะช่วยแนะนำและพัฒนาเส้นทางอาชีพของเธอ ซึ่งครอบครัวของเธอให้ความไว้วางใจผม และเราเริ่มทำงานร่วมกัน ตั้งแต่นั้นมา ผมก็ดูแลและช่วยวางทิศทางอาชีพให้เธอมาตลอด
ครอบครัวของเนเน่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งของเส้นทางนี้ คุณพ่อของเธออยู่เคียงข้างเธอมาตลอด เดินทางไปกับเธอ สนับสนุนเธอ และคอยให้กำลังใจ ความรักและการเสียสละของครอบครัวทั้งหมดมีส่วนอย่างมากต่อทุกสิ่งที่เธอประสบความสำเร็จ
คุณพ่อของเนเน่บอกกับผมภายหลังว่า ผมเป็นคนนอกครอบครัวคนแรก ที่เชื่ออย่างจริงจังในศักยภาพทั้งหมดที่เนเน่มี และลงมือทำบางอย่างอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อช่วยให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้ ซึ่งนั่นเป็นหนึ่งในคำพูดที่มีความหมายต่อผมมากที่สุดเท่าที่เคยมีใครพูดกับผม
**อะไรทำให้คุณมั่นใจว่าเด็กหญิงที่พบในตลาดวันนั้นสามารถมาไกลได้ถึงรอบไฟนัลของ AGT**
ตั้งแต่แรกเลย ผมเชื่อว่าเนเน่มีศักยภาพที่จะไปถึงระดับสูงสุด ผมเชื่อจริงๆ ว่าเธอมีพรสวรรค์ระดับที่หาได้ยาก แต่ละเจเนอเรชั่นอาจมีไม่กี่คน แต่ AGT ไม่ใช่เป้าหมายในทันที แม้เธอจะมีความสามารถโดยธรรมชาติที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ก่อนอื่นเราจำเป็นต้องวางรากฐานสำหรับอาชีพในระดับมืออาชีพให้กับเธอ
ในการทำงานอย่างใกล้ชิดกับเนเน่และครอบครัว บทบาทของผมคือช่วยสร้างตัวตนทางศิลปะของเธอ พัฒนาแบรนด์ Nene Royal สร้างฐานผู้ชม และวางทิศทางระยะยาวสำหรับอาชีพในระดับนานาชาติ เมื่อเธอพร้อมสำหรับเวทีที่ใหญ่ขึ้น เราจึงเริ่มเดินหน้าสู่ AGT
โอกาสนั้นไม่ได้เกิดขึ้นทันที ต้องใช้ทั้งความอดทนและความพยายามอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี กว่าทุกอย่างจะลงตัว หลังจากเธอได้รับเลือก คุณพ่อของเธอบอกผมว่า เขาไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งแบบนี้จะเป็นไปได้จริง ผมบอกเขาว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้”
นอกเหนือจากพรสวรรค์แล้ว เนเน่ยังถ่อมตัว มีวินัย และทำงานหนักอย่างมาก คุณสมบัติเหล่านี้สำคัญพอๆ กับพรสวรรค์ เมื่อคุณกำลังพยายามสร้างอาชีพที่ยั่งยืน
**ทำไมถึงเลือก AGT เลย ไม่เริ่มจากการประกวดในประเทศไทย**
เพราะ AGT เป็นหนึ่งในเวทีบันเทิงระดับโลกที่ใหญ่ที่สุด และผมเชื่ออย่างเต็มที่ว่าเนเน่คู่ควรกับเวทีนั้น เป้าหมายไม่ใช่เพียงการเข้าแข่งขันอีกเวทีหนึ่ง แต่คือการแนะนำเธอให้ผู้ชมระดับนานาชาติได้รู้จัก และเปิดโอกาสให้คนทั่วโลกได้เห็นว่าอะไรทำให้เธอพิเศษ
เนเน่ภูมิใจในความเป็นไทย และตัวตนรวมถึงความผูกพันของเธอกับประเทศไทยเป็นส่วนสำคัญของความเป็นเธอ ผมเชื่อว่านั่นยิ่งทำให้เส้นทางในระดับนานาชาติของเธอมีความหมายมากขึ้น ขณะเดียวกัน พรสวรรค์ของเธอก็สามารถเชื่อมโยงกับผู้คนต่างวัฒนธรรมได้ AGT เป็นเวทีที่ยอดเยี่ยมสำหรับเธอในการเป็นตัวแทนประเทศไทย พร้อมกับก้าวสำคัญสู่เส้นทางอาชีพระดับโลก
**จริงไหมที่พยายามสมัคร AGT มากกว่าหนึ่งครั้งกว่าจะได้รับการตอบรับ**
จริงครับ เราพยายามคว้าโอกาสนี้มากกว่าหนึ่งครั้ง ต้องใช้ความอดทนและความพยายามอย่างต่อเนื่อง แต่ผมไม่เคยสูญเสียความเชื่อมั่นว่าเนเน่คู่ควรกับการได้อยู่ในรายการนี้
โอกาสในระดับนี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว คุณยังต้องหาเส้นทางที่ถูกต้อง เดินหน้าทำงานต่อไปทั้งที่ไม่มีอะไรรับประกันความสำเร็จ และพร้อมเมื่อประตูบานนั้นเปิดออกในที่สุด
**การเดินทางมา AGT ที่อเมริกา ใครเป็นคนออกค่าใช้จ่าย**
AGT เป็นฝ่ายดูแลค่าเครื่องบินและโรงแรมให้ทั้งสองคน ผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ และจัดการสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นเกี่ยวกับการเดินทาง เพื่อให้เนเน่กับคุณพ่อสามารถมุ่งความสนใจไปที่โอกาสตรงหน้าได้เต็มที่
แต่ความทุ่มเทของผมที่มีต่อเนเน่ไม่เคยจำกัดอยู่เพียง AGT หรือการเดินทางครั้งใดครั้งหนึ่ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมทุ่มเททั้งเวลา ทรัพยากร ประสบการณ์ทางธุรกิจ และเครือข่ายทางวิชาชีพให้กับการบริหารอาชีพของเธอและช่วยสร้างโอกาสให้เธอ
**คุณมีพื้นฐานด้านดนตรี โดยเฉพาะร็อกไหม และมีส่วนช่วยเนเน่เลือกหรือเตรียมเพลงหรือเปล่า**
ผมเล่นกีตาร์ และเคยเป็นนักดนตรีสมัครเล่นตอนอายุน้อยกว่านี้ ผมรักดนตรีมาตลอด โดยเฉพาะดนตรีร็อก และมันยังคงเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของผม
ผมมีส่วนในการประเมินเพลงและช่วยเนเน่เตรียมตัว เนเน่มีสัญชาตญาณทางดนตรีที่ดีของเธอเอง ดังนั้นบทบาทของผมไม่ใช่การบอกว่าเธอควรเป็นศิลปินแบบไหน แต่คือการเสนอมุมมองอีกด้านและมองภาพที่กว้างขึ้นว่า เพลงนั้นเป็นตัวตนของเธอจริงหรือไม่ แสดงให้เห็นทั้งเสียงร้องและการเล่นกีตาร์ของเธอได้หรือไม่ และสะท้อนศิลปินที่เธอต้องการจะเป็นหรือไม่
ท้ายที่สุด ผมต้องการให้ผู้ชมได้เห็นเนเน่ ไม่ใช่เนเน่ในแบบที่ใครคนอื่นสร้างขึ้นมา
**ตลอดการแข่งขัน คุณให้คำแนะนำอะไรกับเนเน่มากที่สุด**
คำแนะนำที่สำคัญที่สุดของผมคือ ให้เธอยังคงเป็นตัวของตัวเอง เธอไม่จำเป็นต้องกลายเป็นคนอื่นเพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้คน พลังของเธอมาจากพรสวรรค์ บุคลิก และความสุขอย่างแท้จริงที่เธอแสดงออกมาเวลาขึ้นแสดง
เราพูดคุยกันเรื่องดนตรี การนำเสนอ และความกดดันที่มากับการแสดงแต่ละครั้ง แต่สิ่งสำคัญที่ผมบอกเธอยังคงเหมือนเดิมเสมอ คือเชื่อมั่นในการเตรียมตัวของตัวเอง สนุกกับช่วงเวลานั้น และแสดงให้ผู้คนเห็นว่าเธอเป็นใคร
ผมยังเตือนเธอด้วยว่า การแสดงครั้งหนึ่งหรือผลการแข่งขันครั้งหนึ่งไม่ได้เป็นสิ่งกำหนดตัวเธอ AGT เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยม แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเดินทางที่ใหญ่กว่านั้น เรากำลังสร้างอาชีพที่มีความหมายและยั่งยืน ซึ่งผมหวังว่าจะดำเนินต่อไปอีกหลายปีหลังการแข่งขันสิ้นสุดลง
**คุณคิดไว้ไหมว่าเนเน่จะได้ Golden Buzzer จากเมล บี ในรอบควอเตอร์ไฟนัล และรู้สึกอย่างไรตอนนั้น**
การแข่งขันครั้งนี้มีผู้เข้าแข่งขันที่ยอดเยี่ยมมากหลายคน จึงไม่มีอะไรรับประกันได้ แต่ผมเชื่อเต็มที่ว่าเนเน่สามารถทำโชว์ที่คู่ควรกับ Golden Buzzer ได้
ตอนที่มันเกิดขึ้น ผมตื้นตัน ภูมิใจในตัวเธออย่างมาก รู้สึกเต็มตื้น ผมร้องไห้เยอะเลย มันสะท้อนถึงหลายปีของการทำงาน การเสียสละ ความพยายามไม่ย่อท้อ และความเชื่อที่เรามีร่วมกัน
โดยส่วนตัวแล้ว นั่นเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนนับล้านเริ่มมองเห็นสิ่งที่ผมเคยมองเห็นในเด็กหญิงคนนั้น คนที่ยืนเล่นกีตาร์ในชุดนักเรียนอยู่ที่ประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อน การได้เห็นความเชื่อนั้นกลายเป็นความจริงบนเวทีที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ เป็นสิ่งที่ผมจะไม่มีวันลืม
**คาดไหมว่าจะมีคนไทยในลอส แอนเจลิสออกมาสนับสนุนเนเน่มากขนาดนี้ เห็นแล้วรู้สึกอย่างไร**
แรงสนับสนุนที่ได้รับนั้นยอดเยี่ยมมาก เรารู้อยู่ว่าคนไทยภูมิใจในตัวเนเน่ แต่การได้เห็นผู้คนจำนวนมากออกมาสนับสนุนเธอด้วยตัวเองในลอส แอนเจลิส ทำให้ผมรู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก
มันแสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้กลายเป็นสิ่งที่มากกว่าการแสดงหนึ่งครั้งหรือผู้เข้าแข่งขันหนึ่งคน ผู้คนมองเห็นศิลปินสาวชาวไทยที่กำลังเป็นตัวแทนประเทศของเธอบนหนึ่งในเวทีบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก พวกเขาต้องการให้เธอรู้สึกว่าประเทศไทยยืนอยู่ข้างหลังเธอ แม้เธอจะอยู่ห่างบ้านหลายพันไมล์ก็ตาม สิ่งนั้นมีความหมายอย่างมากกับพวกเราทุกคน โดยเฉพาะเนเน่และครอบครัวของเธอ
**แฟนๆ ชาวไทยบางส่วนบอกว่าไม่อยากให้เนเน่ชนะ AGT เพราะกังวลว่าสัญญาของผู้ชนะอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของเธอ คุณคิดอย่างไร**
ผมเข้าใจความกังวลนั้น และผมซาบซึ้งที่มันมาจากแฟนๆ ที่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเนเน่อย่างจริงใจ
ความรับผิดชอบของผมคือการมองให้ไกลกว่าการแข่งขันหรือผลการแข่งขันครั้งใดครั้งหนึ่ง และพิจารณาว่าอะไรดีที่สุดสำหรับอาชีพของเธอในระยะยาว ตอนนี้เราให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเนเน่ตลอดรอบชิง และปล่อยให้เธอได้มีความสุขกับช่วงเวลาที่พิเศษนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะพิจารณาโอกาสและการตัดสินใจต่างๆ ที่อยู่ข้างหน้าอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเนเน่เป็นหลัก
**ขออนุญาตถามว่าคุณหวังอะไรจากการทุ่มเทให้เนเน่มากขนาดนี้**
ผมไม่ได้มองความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเนเน่ว่าเป็นเพียงการ ‘ช่วย’ เธอ มันเริ่มจากความเชื่ออย่างจริงใจในพรสวรรค์ของเธอ และค่อยๆ พัฒนาเป็นความผูกพันและความมุ่งมั่นที่ผมมีต่อเธอ รวมถึงความร่วมมือทางอาชีพระหว่างผม เนเน่ และครอบครัวของเธอ
ผมเชื่อว่าเรามีโอกาสที่จะสร้างเส้นทางอาชีพที่ยอดเยี่ยมไปด้วยกัน และผมพร้อมทุ่มเทเวลา ทรัพยากร ประสบการณ์ และเครือข่ายทางวิชาชีพให้กับความเชื่อนั้น ตั้งแต่ก่อนที่จะมีความแน่นอนใดๆ ว่าจะประสบความสำเร็จ บทบาทของผมคือช่วยเปลี่ยนศักยภาพให้เป็นทิศทางที่ชัดเจน สร้างโอกาส และให้คำแนะนำในระดับมืออาชีพที่จำเป็นต่อการสร้างบางสิ่งที่มีความหมายและยั่งยืน
ขณะเดียวกัน ไม่มีคนใดคนหนึ่งที่เป็นผู้ทำให้ศิลปินประสบความสำเร็จ เนเน่เป็นคนทำส่วนที่ยากที่สุด เธอฝึกซ้อม ขึ้นแสดง รับความเสี่ยง และทำผลงานบนเวที มีครอบครัวของเธอคอยมอบความรัก ความมั่นคง และสนับสนุนอย่างต่อเนื่องให้เธอ ผมรู้สึกขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ของเธออย่างลึกซึ้ง ที่ไว้วางใจผมและอนุญาตให้ผมมีบทบาทสำคัญเช่นนี้ในชีวิตและอาชีพของเธอ
มีช่วงเวลาหนึ่งในรอบเซมิไฟนัลที่สะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางครั้งนี้มีความหมายกับผมอย่างไร ผมอยู่หลังเวทีกับเนเน่ขณะที่เธอกำลังเตรียมตัวขึ้นแสดง เมื่อถึงเวลาที่เธอต้องขึ้นเวที ผมเดินไปที่ข้างเวทีเพื่อดูเธอ
บรรยากาศเต็มไปด้วยพลัง มันเป็นการแสดงที่ทรงพลังมาก ดีกว่าการซ้อมทุกครั้งเสียอีก และผมรู้สึกตื้นตันจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ผมร้องไห้ตลอดการแสดง
ทันทีที่เธอแสดงเสร็จ ผมกลับไปหลังเวทีเพื่อรอเธอ เมื่อเธอกลับมา ผมยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้น และเธอก็ร้องไห้เช่นกัน เธอเดินเข้ามากอดผมแน่น แล้วเราก็กอดกันอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไร
ผมภูมิใจในตัวเธอมาก
หลังจากทุกสิ่งที่ต้องผ่านมากว่าจะมาถึงเวทีนั้น มันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความหมายที่สุดในชีวิตของผม และเป็นช่วงเวลาที่ผมจะเก็บไว้ในใจตลอดไป
ความรับผิดชอบของผมในฐานะผู้จัดการของเธอคือช่วยดูแลภาพใหญ่ ชี้นำเส้นทางอาชีพ และเปิดประตูที่เหมาะสมให้เธอ แต่ช่วงเวลาแบบนั้น มันคือการย้ำว่างานทั้งหมดที่เราทำมามีความหมายแค่ไหน การได้เห็นเนเน่เติบโตจากเด็กหญิงที่ผมเห็นเล่นกีตาร์อยู่ในตลาดที่ประเทศไทย กลายเป็นศิลปินที่ขึ้นแสดงบนหนึ่งในเวทีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่สุดในชีวิต เธอคือความภาคภูมิใจและความสุขของผม และผมตื่นเต้นอย่างที่สุดที่จะได้เห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้
**พอจะบอกอะไรเกี่ยวกับโชว์ของเนเน่ในรอบชิงชนะเลิศ (22 กันยายน) ได้บ้าง**
ผมเปิดเผยอะไรเกี่ยวกับการแสดงไม่ได้จริงๆ แต่ผมบอกได้ว่า ทุกสิ่งที่เราทำมาตลอดได้นำเธอมาสู่ช่วงเวลานี้
แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบนเวทีนั้น ผู้คนจะได้เห็นเนเน่เป็นเนเน่ มันจะจริงใจ พิเศษ และเป็นตัวเธออย่างชัดเจน
และผมคิดว่าผู้คนจะจดจำการแสดงครั้งนี้ไปอีกนาน
**ในฐานะผู้จัดการ ก้าวต่อไปของเนเน่หลัง AGT คืออะไร**
ผมมอง AGT มาโดยตลอดว่าเป็นแค่จุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง หลังการแข่งขัน เราจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเนเน่ในฐานะศิลปินต่อไป สร้างเพลงต้นฉบับ ขยายฐานผู้ชมในระดับนานาชาติ และเลือกโอกาสที่เหมาะสมกับเธออย่างรอบคอบ
ความรับผิดชอบของผมในฐานะผู้จัดการคือช่วยสร้างอาชีพที่สามารถยืนยาวไปได้อีกหลายปี ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้แน่ใจว่าเธอยังคงซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ครอบครัว และรากเหง้าความเป็นไทยของเธอ AGT ทำให้ผู้คนนับล้านได้รู้จักเนเน่แล้ว จากนี้งานของเราคือเปลี่ยนช่วงเวลาที่พิเศษนั้นให้กลายเป็นอาชีพที่พิเศษ.
#สยามทาวน์ #Siamtown #คนไทยในต่างแดน #คนไทยในอเมริกา #คนไทยในแอลเอ #เนเน่รอยัล #NeneRoyal #JonElron #AGT #AmericasGotTalent #GoldenBuzzer #ExclusiveInterview #สาวไทยเวทีโลก #ร็อกเกอร์สาวไทย #จากภูเก็ตสู่เวทีโลก #ThaiTalent #ThailandToTheWorld