ลิซ่าเปิดใจ “อยากแต่งงาน–มีลูก”
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ลิซ่าเปิดเผยความฝันเรื่องแต่งงานและมีลูกในสารคดี “Always Lalisa” ติดตามชีวิตหนึ่งปีระหว่างพักจากแบล็กพิงก์ เพื่อค้นหาเส้นทางของตัวเอง ทั้งงานเพลงและการแสดง ก่อนเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 12 ตุลาคม
ฮอลลีวูดรีพอร์เตอร์ เผยแพร่บทสัมภาษณ์ลิซ่า ลลิษา มโนบาล และผู้กำกับซู คิม เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2026 เกี่ยวกับสารคดี “ออลเวย์ส ลลิษา” (Always Lalisa) ที่เปิดให้ผู้ชมเห็นชีวิตส่วนตัวและความเปราะบางของศิลปินไทยระดับโลก ระหว่างใช้เวลาหนึ่งปีทำงานนอกวงแบล็กพิงก์
หนึ่งในช่วงที่ลิซ่าเปิดใจมากที่สุด คือการยอมรับว่าเธออยากแต่งงานและมีลูกเช่นเดียวกับผู้หญิงหลายคนในวัยเดียวกัน แต่ยังกังวลว่าแฟนๆ อาจไม่ชอบความต้องการนั้น
“ฉันหวังว่าพวกเขาจะเข้าใจฉันมากขึ้น ฉันก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง สุดท้ายเราก็ต้องการสิ่งเดียวกัน แค่นั้นเอง ฉันแค่อยากให้พวกเขาเข้าใจฉันมากขึ้น” ลิซ่ากล่าว
สารคดีติดตามช่วงที่ลิซ่าและเพื่อนร่วมวง ได้แก่ เจนนี่ จีซู และโรเซ่ ตกลงกันว่าจะพักกิจกรรมของวงหนึ่งปี เพื่อออกไปทำงานของตัวเอง โดยลิซ่าใช้เวลานั้นทำอัลบั้มเต็มชุดแรก “อัลเทอร์ อีโก” (Alter Ego) รับบทในซีรีส์ “เดอะ ไวท์ โลตัส” (The White Lotus) และขึ้นแสดงเดี่ยวในเทศกาลดนตรีโคเชลลา
ลิซ่าเล่าว่า เดิมไม่ได้ตั้งใจจะอัดงานทุกอย่างลงในช่วงพักหนึ่งปี เพียงต้องการหยุดพักและค้นหาว่าตัวเองอยากทำอะไร โดยตอนแรกคิดว่าอาจออกเดินทางท่องเที่ยว แต่เมื่อได้รับโอกาสจาก “เดอะ ไวท์ โลตัส” เธอก็ไม่อยากปล่อยเวลาหนึ่งปีให้ผ่านไปโดยไม่ได้ใช้โอกาสนั้น แม้ตารางงานจะยังแน่น แต่เธอบอกว่าความรู้สึกแตกต่างจากการทำงานในวง
ซู คิม กล่าวว่า เธอรู้ตั้งแต่เริ่มต้นว่าจะได้ทำงานกับศิลปินเคป๊อปนอกระบบที่คุ้นเคย จึงมีโอกาสถ่ายทอดชีวิตอย่างใกล้ชิดและตรงไปตรงมา รวมถึงครอบครัวและเพื่อนๆ ของลิซ่าในประเทศไทย ซึ่งผู้ชมไม่ค่อยได้เห็นระหว่างที่เธอทำงานในระบบเคป๊อป ที่มักนำเสนอชีวิตส่วนตัวของศิลปินผ่านการคัดกรองของบริษัทบันเทิง
แม้แบล็กพิงก์จะปรากฏอยู่ตลอดสารคดี แต่ผู้กำกับตั้งใจเน้นชีวิตของลิซ่านอกวง ทั้งการค้นหาตัวเองและเส้นทางใหม่ของการเป็นศิลปินเดี่ยว อย่างไรก็ตาม ความพยายามนำเพลงและมิวสิกวิดีโอเก่า โดยเฉพาะช่วงเป็นเด็กฝึก มาใช้ประกอบเรื่องราวไม่ประสบผลสำเร็จ
“แม้เราจะพยายามอย่างเต็มที่ แต่เราไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิในเพลงหรือภาพบันทึกเหล่านั้น” ซู คิม กล่าว พร้อมระบุว่านั่นเป็นการติดต่อเพียงครั้งเดียวของทีมงานกับต้นสังกัดเดิมของลิซ่า
สารคดียังกล่าวถึงประเด็นอ่อนไหวจาก “คลิปหลุด” สมัยเป็นเด็กฝึก ซึ่งลิซ่าและสมาชิกบางคนของแบล็กพิงก์ร้องเพลงแร็ปอเมริกันที่มี N-word โดยคลิปถูกเผยแพร่ในปี 2025 ขณะที่ลิซ่ากำลังซ้อมการแสดงเดี่ยวในเทศกาลดนตรีโคเชลลา ซึ่งเธออยากออกมาชี้แจงและขอโทษ แต่ไม่สามารถทำได้เพราะต้นสังกัดไม่อนุญาต
ลิซ่ากล่าวในสารคดีว่า ขณะถ่ายคลิปนั้น เธออายุประมาณ 15–16 ปี และร้องไปโดยไม่เข้าใจว่าเป็นคำอ่อนไหว เพราะเพิ่งมาจากประเทศไทยและไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก แต่ก็ยอมรับว่าทำผิด และบอกว่าจะไม่ทำเช่นนั้นอีก
สารคดียังเผยว่าคลิปหลุดดังกล่าว ทำให้ลิซ่าถูกขู่ฆ่า แต่เธอยังคงเดินหน้าปรากฏตัวต่อสาธารณะ แม้จะกังวลเรื่องความปลอดภัยก็ตาม
ลิซ่าแสดงความเสียใจในสารคดี และกล่าวว่า “ฉันรู้สึกว่าไม่ได้มีโอกาสกล่าวคำขอโทษจริงๆ ฉันจึงอยากถ่ายทอดสิ่งนั้นผ่านสารคดีเรื่องนี้”
สารคดีจบลงเมื่อลิซ่ากลับเกาหลีเพื่อเตรียมอัลบั้มและเวิลด์ทัวร์ของแบล็กพิงก์ แม้ในภาพเธอจะดูวิตกกับการกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม แต่ลิซ่ากล่าวในการสัมภาษณ์ว่า สมาชิกทุกคนได้เรียนรู้มากมายระหว่างแยกกันทำงาน และกลับมาพร้อมพลังใหม่ รวมถึงความคิดถึงกัน
สารคดียังย้อนถึงจุดเริ่มต้นของชื่อ “ลลิษา” ผ่านบทสนทนาระหว่างลิซ่ากับแม่ ซึ่งเล่าว่าหมอดูแนะนำให้เปลี่ยนชื่อลูกสาวเป็นชื่อนี้ เพราะจะเป็นชื่อที่ผู้คนจำนวนมากรัก โดยลิซ่าจำได้ว่าเธอน่าจะมีอายุประมาณ 13 ปีในตอนนั้น
ปัจจุบันลิซ่ากำลังมุ่งกับซิงเกิล SaWaDiKa และผลงานเพลงชุด Press Play ที่มีกำหนดออกวันที่ 23 ตุลาคม รวมถึงการแสดงประจำที่ลาสเวกัส โดยเธอบอกว่าการได้ย้อนดูชีวิตหนึ่งปีผ่านสารคดี ยิ่งทำให้เชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น
“นั่นคือตัวฉันจริงๆ สิ่งที่ฉันผ่านพ้นมา และความทุ่มเทในการทำงานของฉัน ฉันภูมิใจในตัวเองมาก” ลิซ่ากล่าว โดย “Always Lalisa” จะเริ่มเข้าฉายในโรงภาพยนตร์แบบจำกัดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2026.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส