แพทย์ชี้โรคหัวใจป้องกันได้ หากสนใจ “สัญญาณเตือน”
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : แพทย์โรคหัวใจเตือนประชาชนอย่ามองข้ามอาการผิดปกติเล็กน้อย เพราะอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคหัวใจ เพชฌฆาตอันดับหนึ่งของอเมริกา
โรคหัวใจยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งในสหรัฐฯ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มักไม่ทันสังเกตสัญญาณเตือนระยะแรก จนกระทั่งเกิดเหตุรุนแรงขึ้นก่อนจึงรู้ตัว
ด็อกเตอร์วิกรันต์ จากาดีสัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านโรคหัวใจแห่ง มหาวิทยาลัยเวสต์เวอร์จิเนีย อธิบายว่า ปัญหามักเริ่มจากคราบไขมันหรือคอเลสเตอรอลสะสมในหลอดเลือดที่ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ซึ่งภาวะนี้เรียกว่า “โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ”เป็นหนึ่งในโรคหัวใจที่พบได้บ่อยที่สุด และว่าการตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ดร.จากาดีสัน บอกว่าระบบสาธารณสุขของประเทศ ยังไม่มีคำแนะนำที่ชัดเจนว่าประชาชนทั่วไปควรตรวจได้รับการตรวจหัวใจเมื่อใด ดังนั้นแนวทางป้องกันที่ได้ผลคือจะต้องสังเกตอาการเอง และแจ้งให้แพทย์ทราบโดยละเอียด
ตามข้อมูลของศูนย์การแพทย์เมโยคลินิก อาการของโรคหัวใจที่ผู้ป่วยสามารถสังเกตเองได้ อาจรวมถึง
-เจ็บหน้าอก แน่น อึดอัด หรือไม่สบายหน้าอก
-หายใจสั้นหรือเหนื่อยง่าย
-ปวดคอ ขากรรไกร คอหอย ช่องท้องส่วนบน หรือหลัง
-ปวด ชา อ่อนแรง หรือเย็นที่แขนและขา เนื่องจากหลอดเลือดบริเวณนั้นอาจตีบ
สำหรับผู้หญิง สัญญาณเตือนของโรคหัวใจหรือหัวใจวายอาจต่างออกไป แทนที่จะเจ็บหน้าอกชัดเจน อาจรู้สึกกดดันหรือแน่นหน้าอก และอาจพบอาการอ่อนเพลียผิดปกติ คลื่นไส้ เหงื่อออก เวียนศีรษะ หรือแสบร้อนกลางอกมากกว่า
ดร.จากาดีสันกล่าวว่า เขาอยากให้ทุกคนซื่อสัตย์กับอาการของตนเอง และอย่าปกปิดมัน เพราะผู้ป่วยจำนวนมากไม่กล้าพูดถึงอาการ โดยเฉพาะผู้หญิงที่อาจไม่มีอาการเจ็บหน้าอกแบบดั้งเดิม แต่อาจมีเพียงหายใจสั้นเล็กน้อยหรืออาการที่ดูไม่รุนแรง ทำให้โรคหลอดเลือดหัวใจในผู้หญิงมักถูกวินิจฉัยต่ำกว่าความเป็นจริง
แพทย์ย้ำว่าการตรวจพบสัญญาณเตือนตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถช่วยชีวิตได้ก็จะช่วยลดการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว หรืออาการต่างๆ ที่ถือว่าเลวร้ายได้.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส