ตลาดเริ่มเป็นของผู้ซื้อ หลัง “บ้านค้างตลาด” เพิ่มทั่วประเทศ
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : บ้านทั่วสหรัฐฯ ขายยากขึ้น โดยกว่าครึ่งไม่สามารถปิดการขายภายใน 60 วัน สะท้อนภาวะคนขายมากกว่าคนซื้อสูงสุดในรอบกว่าสิบปี
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2026 Redfin บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บ้าน 52 เปอร์เซ็นต์อยู่ในตลาดนานกว่า 60 วันโดยไม่สามารถปิดการขายได้ ถือเป็นระดับสูงสุดของเดือนกุมภาพันธ์นับตั้งแต่ปี 2019
Redfin ระบุว่า ตลาดบ้านในปัจจุบันมีผู้ขายมากกว่าผู้ซื้อราว 630,000 ราย ถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึก ส่งผลให้บ้านขายช้าลง ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านที่ยังสูง ราคาบ้านแพง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ข้อมูลยังระบุด้วยว่า ผู้ซื้อบ้าน 62 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2025 ซื้อบ้านได้ต่ำกว่าราคาที่ผู้ขายตั้งไว้ โดยบ้านที่ปิดการขายในเดือนกุมภาพันธ์ ใช้เวลาเฉลี่ย 66 วัน ซึ่งช้าที่สุดในช่วงเดือนเดียวกันนับตั้งแต่ปี 2016
Redfin ระบุว่าปัญหาบ้านค้างตลาดนานกว่า 60 วันนั้น ส่วนหนึ่งมาจากผู้ขายที่ตั้งราคาสูงและหวังให้ผู้ซื้อมาเจรจาต่อรอง ทำให้หลายกรณีบ้านต้องถูกถอนออกจากตลาดหลังประกาศขายนานหลายเดือน
รายงานยังระบุว่า เจ้าของบ้านบางส่วนหันไปปล่อยเช่าหลังขายไม่ออก ทำให้จำนวนบ้านเช่าเพิ่มขึ้น
ในระดับประเทศนั้น ไมอามี รัฐฟลอริด้า มีสัดส่วนบ้านค้างตลาดสูงสุดที่ 62.6 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส 58.3 เปอร์เซ็นต์ และพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย 58.1 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนการชะลอตัวของตลาดในรัฐทางตอนใต้
สำหรับแคลิฟอร์เนียนั้น เคาน์ตี้ที่มีสัดส่วนบ้านค้างตลาดสูงสุด ได้แก่ ริเวอร์ไซด์ 48.8 เปอร์เซ็นต์, ลอส แอนเจลิส 44.1 เปอร์เซ็นต์ และซาคราเมนโต้ 41.8 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ซานฟรานซิสโกและซานโฮเซ มีสัดส่วนต่ำที่สุดที่ 24.0 และ 19.8 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ แม้สัดส่วนบ้านค้างตลาดจะเพิ่มขึ้นจาก 39 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนการระบาดของโควิด-19.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส