ผลพวงสงคราม ทำราคา “น้ำดื่ม” แตะสองเหรียญ
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ราคาน้ำดื่มบรรจุขวดในสหรัฐฯ มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น จากผลกระทบเป็นลูกโซ่ของราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากสภาวะสงคราม
ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% นับตั้งแต่เริ่มเกิดความขัดแย้ง โดยราคา ณ วันที่ 1 เมษายน 2026 อยู่ที่ประมาณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ต้นทุนเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตขวดน้ำดื่มสูงขึ้นตามไปด้วย
ผู้เชี่ยวชาญด้านซัพพลายเชนจากมหาวิทยาลัยซีราคิวส์ ให้สัมภาษณ์กับนิวส์วีคว่า ราคาน้ำดื่มขวดขนาด 20 ออนซ์ ซึ่งปกติเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.50 ดอลลาร์ อาจเพิ่มขึ้นราว 5% ภายในเดือนนี้ หรือขยับไปอยู่ที่ประมาณ 1.60 ดอลลาร์
หากราคาน้ำมันยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจเห็นราคาน้ำดื่มขยับไปที่ 1.65 ดอลลาร์ และอาจแตะระดับ 2 ดอลลาร์ต่อขวด หากราคาน้ำมันพุ่งถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะมองว่าโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างต่ำ
ขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแรดฟอร์ด รัฐเวอร์จิเนียชี้ว่า ราคาน้ำดื่มอาจยังเพิ่มขึ้นได้ แม้ราคาน้ำมันจะชะลอลง เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่อาจตื่นตระหนกและกักตุนสินค้า คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด-19
ข้อมูลระบุว่า ชาวอเมริกันกว่า 90% ดื่มน้ำขวด และประมาณ 20% ใช้น้ำขวดเป็นเครื่องดื่มหลัก ทำให้การปรับขึ้นราคาเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบในวงกว้าง
นักเศรษฐศาสตร์บางรายประเมินว่า อาจต้องใช้เวลานานถึงหนึ่งปีหรือนานกว่านั้นกว่าราคาพลังงานจะกลับเข้าสู่ภาวะเสถียร โดยมีปัจจัยสำคัญคือสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 20% ของโลก
แม้อิหร่านจะส่งสัญญาณว่าอาจเปิดเส้นทางดังกล่าว แต่ยังมีความไม่แน่นอน เช่น ความเป็นไปได้ในการเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือบรรทุกน้ำมัน หรือข้อจำกัดต่อเรือของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ความผันผวนในตลาดพลังงานมักต้องใช้เวลานานกว่าจะคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวข้อง รวมถึงน้ำดื่มบรรจุขวด มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะนี้.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส