อ้างสงคราม Amazon ขึ้นค่าธรรมเนียมผู้ขาย 3.5%
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : อเมซอน เตรียมเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม 3.5 เปอร์เซ็นต์กับผู้ขายที่ใช้บริการจัดส่งสินค้า อ้างต้นทุนเชื้อเพลิงและโลจิสติกส์พุ่ง ยังไม่ชัดกระทบราคาสินค้าหรือไม่
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2026 เน็กซ์สตาร์ รายงานว่า Amazon เตรียมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมชั่วคราวเพิ่มอีก 3.5 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ขายที่ใช้บริการ Fulfillment by Amazon (FBA) ในสหรัฐฯ และแคนาดา โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนนี้
บริการ FBA คือบริการที่ผู้ขายส่งสินค้าไปเก็บไว้กับอเมซอน แล้วให้อเมซอนจัดการแพ็ก ส่ง และดูแลลูกค้าแทนทั้งหมด โดยผู้ขายที่ใช้บริการทั้งแบบ Buy With Prime และ Multi-Channel Fulfillment จะเริ่มถูกคิดค่าธรรมเนียมใหม่ในวันที่ 2 พฤษภาคม
อเมซอนระบุว่า การเพิ่มค่าธรรมเนียมดังกล่าวมีสาเหตุมาจากต้นทุนด้านเชื้อเพลิงและการขนส่งที่สูงขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมจากความตึงเครียดด้านพลังงานในตลาดโลก อันเป็นผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
โดยค่าธรรมเนียม 3.5 เปอร์เซ็นต์นี้ จะคำนวณจาก “ค่าบริการจัดส่งสินค้า” ไม่ใช่ราคาสินค้า
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ขายในระบบ FBA ของสหรัฐฯ จะมีต้นทุนเพิ่มประมาณ 0.17 ดอลลาร์ต่อชิ้นสินค้า แต่จำนวนจริงจะขึ้นอยู่กับขนาดและมิติของสินค้าแต่ละรายการ
อเมซอนยังไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของค่าธรรมเนียมดังกล่าว โดยระบุว่าจะประเมินสถานการณ์ต่อไปตามสภาพตลาด
ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อราคาสินค้าที่ผู้บริโภคเห็นหรือไม่ แต่หลายธุรกิจเริ่มผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค หลังราคาพลังงานพุ่งจากสงครามในอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ สำนักงานไปรษณีย์สหรัฐฯ ได้ประกาศแผนปรับขึ้นค่าบริการไปรษณีย์บางประเภทชั่วคราว ขณะที่สายการบินอย่างเจ็ทบลู และยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ก็เพิ่งเพิ่มค่าธรรมเนียมกระเป๋าโหลดใต้เครื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
อเมซอนระบุว่า บริษัทได้แบกรับต้นทุนส่วนหนึ่งไว้ก่อนหน้านี้แล้ว และย้ำว่าค่าธรรมเนียมใหม่ยัง “ต่ำกว่าผู้ให้บริการขนส่งรายใหญ่รายอื่น” พร้อมยืนยันว่าจะยังคงรักษาความหลากหลายของสินค้าและราคาที่แข่งขันได้สำหรับลูกค้า.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส