ขนส่งอเมริกัน “จับมือ” ขึ้นค่าบริการช่วง “น้ำมันแพง”
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ผู้บริโภคเหนื่ออีก เมื่อบริษัทขนส่งรายใหญ่ในสหรัฐฯ ทั้ง Amazon, UPS, FedEx และไปรษณีย์สหรัฐฯ ประกาศเก็บ “ค่าธรรมเนียมน้ำมัน” เป็นการชั่วคราวในช่วงที่ราคาน้ำมัน “โคตรแพง” จากสงครามอิหร่าน
บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ Amazon และผู้ให้บริการขนส่งรายใหญ่ของประเทศ ได้แก่ UPS, FedEx และสำนักงานไปรษณีย์สหรัฐฯ (United States Postal Service หรือ USPS) ได้เริ่มจัดเก็บ หรือเตรียมจัดเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันชั่วคราว (temporary fuel surcharges) เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่กำลังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
โดยตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน เป็นต้นไป Amazon จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่มประมาณ 3.5 เปอร์เซ็นต์ จากผู้ขายบนแพลตฟอร์ม ขณะที่ไปรษณีย์สหรัฐฯ จะปรับขึ้นราคาชั่วคราวประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ สำหรับพัสดุบางประเภท รวมถึงบริการส่งด่วน เริ่มวันที่ 26 เมษายน
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางราคาน้ำมันที่เพิ่มสูง หลังช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ถูกปิดจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและค่าน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินระบุว่า ต้นทุนขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญที่บริษัทต้องรับภาระ และเมื่อไม่สามารถแบกรับได้ทั้งหมด ก็จำเป็นต้องผลักภาระไปยังผู้ใช้บริการ
ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านซัพพลายเชนเตือนว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อทั้งระบบโลจิสติกส์ และสุดท้ายจะสะท้อนมายังผู้บริโภคโดยตรง
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังคาดว่า หากราคาน้ำมันยังคงเพิ่มขึ้น แอปส่งอาหารอาจพิจารณาเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเพิ่มเติมในอนาคตอีกด้วย.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส