“ยูไนเต็ด-เจ็ตบลู” ขึ้นค่ากระเป๋าตามราคาน้ำมัน
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : สายการบินใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างยูไนเต็ด และเจ็ตบลู ปรับขึ้นค่ากระเป๋าเดินทาง หลังต้นทุนน้ำมันเครื่องบินพุ่งจากสงครามอิหร่าน
เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2026 เอบีซีนิวส์ รายงานว่า ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ได้ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมกระเป๋าโหลดใต้เครื่อง (baggage fees) เป็นครั้งแรกในรอบสองปี โดยเพิ่มขึ้น 10 ดอลลาร์ สำหรับตั๋วที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน เป็นต้นไป
ภายใต้นโยบายใหม่ ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะต้องจ่าย 45 ดอลลาร์ สำหรับกระเป๋าใบแรก หากชำระล่วงหน้า และ 50 ดอลลาร์ หากจ่ายภายใน 24 ชั่วโมงก่อนเที่ยวบิน ส่วนกระเป๋าใบที่สอง อยู่ที่ 55 ดอลลาร์ (ชำระล่วงหน้า) หรือ 60 ดอลลาร์ หากจ่ายใกล้เวลาเดินทาง
การปรับขึ้นนี้ ครอบคลุมเที่ยวบินภายในสหรัฐฯ รวมถึงเม็กซิโก แคนาดา และลาตินอเมริกา ยกเว้นผู้ถือบัตรเครดิตยูไนเต็ด, สมาชิก MileagePlus ระดับ Premier, ทหาร และผู้โดยสารชั้นพรีเมียม ยังสามารถโหลดกระเป๋าได้ฟรี
เอบีซี ระบุว่าราคาน้ำมันเครื่องบินเฉลี่ยพุ่งขึ้นเป็น 4.88 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ณ วันที่ 2 เมษายน สูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงครามอิหร่าน และเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้ต้นทุนของสายการบินเพิ่มสูง โดยเป็นค่าใช้จ่ายอันดับสองรองจากค่าแรง
สก็อตต์ เคอร์บี ซีอีโอของยูไนเต็ด เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันในปัจจุบัน อาจทำให้บริษัทมีต้นทุนเพิ่มขึ้นถึง 11,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี หากไม่ลดลง พร้อมยอมรับว่าผู้โดยสารอาจต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
ก่อนหน้านั้น สายการบินเจ็ตบลู ก็ได้ปรับขึ้นค่ากระเป๋าเช่นกัน โดยระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมต้นทุนราคาน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งขึ้นจากสงครามในอิหร่าน
นอกจากนี้ เจ็ตบลูยังได้ปรับกลยุทธ์ ด้วยการลดจำนวนเที่ยวบินในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารน้อย เช่น เที่ยวบินกลางคืน (redeye) และช่วงนอกฤดูกาลเดินทาง ขณะเดียวกันก็ได้ปรับราคาตั๋วเครื่องบินในบางเส้นทางประมาณ 15–20 เปอร์เซ็นต์
โดยผู้บริหารในอุตสาหกรรมการบินของสหรัฐฯ คาดว่า แนวโน้มราคาตั๋วและการขึ้นค่าธรรมเนียมต่างๆ ของสายการบิน จะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หากสถานการณ์สงคราม และราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงเช่นปัจจุบัน.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส