อเมริกัน “กว่าครึ่ง” มองนโยบายผู้อพยพทรัมป์ “รุนแรง” เกินไป
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ทรัมป์และรีพับลิกัน “เตรียมเหนื่อย” รับมิดเทอม เพราะผลสำรวจล่าสุดพบว่านโยบายกวาดจับผู้อพยพของทรัมป์ ซึ่งเคยได้เสียงเชียร์กระหึ่ม กลายเป็นสิ่งที่ “รุนแรงเกินไป” ในสายตาของคนส่วนใหญ่แล้ว
เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2026 เดอะฮิลล์ รายงานผลสำรวจของโพลิติโกว่า 51 เปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกันมองว่านโยบายกำจัดผู้อพยพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้น “รุนแรงเกินไป” ขณะที่ 26 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่า “พอดีแล้ว” และ 11 เปอร์เซ็นต์ มองว่า “ยังไม่รุนแรงพอ”
ตัวเลขผู้ที่มองว่า “รุนแรงเกินไป” เพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์จากเดือนมกราคม ขณะที่กลุ่มที่เห็นว่า “พอดีแล้ว” ลดลง 4 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกลุ่มที่มองว่า “ยังไม่รุนแรงพอ” ไม่เปลี่ยนแปลง
ในกลุ่มผู้ลงคะแนนให้ทรัมป์ในการเลือกตั้งที่ผ่านมานั้น มีถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่านโยบายดังกล่าว “รุนแรงเกินไป” เพิ่มจาก 21 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนมกราคม ขณะที่ผู้ลงคะแนนให้ คามาล่า แฮร์ริส ของเดโมแครต เพิ่มจาก 77 เปอร์เซ็นต์ เป็น 80 เปอร์เซ็นต์
เฉพาะกลุ่มที่แสดงตัวว่าเป็น “มาก้า” (MAGA) นั้น 54 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าการกวาดจับนั้น “พอดีแล้ว” อีก 28 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่า “ยังไม่รุนแรงพอ” มีเพียง 15 เปอร์เซ็นต์ ที่มองว่า “รุนแรงเกินไป”
ในทางกลับกัน กลุ่มที่ไม่ใช่มาก้า 38 เปอร์เซ็นต์ มองว่า “รุนแรงเกินไป” ขณะที่ 42 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่า “พอดีแล้ว” และ 16 เปอร์เซ็นต์ มองว่า “ยังไม่รุนแรงพอ”
51 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ตอบแบบสอบถามยังเห็นว่า การเข้ามาปฏิบัติการไล่ล่าของไอซ์ หรือเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรนั้น ทำให้เมืองของตน “อันตรายมากขึ้น”
การสนับสนุนการส่งเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐฯ (ICE) เข้าไปปฏิบัติงานในเมืองที่พรรคเดโมแครตบริหาร เช่น ลอส แอนเจลิส ชิคาโก พอร์ตแลนด์ และมินนีอาโพลิส ยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยผลสำรวจของรอยเตอร์ส/อิปซอส เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พบว่ามีเพียง 38 เปอร์เซ็นต์ที่เห็นด้วย ลดลงจากจุดสูงสุด 50 เปอร์เซ็นต์ในเดือนมีนาคม 2025
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจร่วมของวอชิงตันโพสต์ เอบีซีนิวส์ และอิปซอส ในเดือนกุมภาพันธ์ พบว่า 58 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่านโยบายเนรเทศของทรัมป์นั้น “รุนแรงเกินไป”
ความไม่พอใจของประชาชนทั่วประเทศต่อนโยบายกวาดจับผู้อพยพของทรัมป์ ทวีความรุนแรงขึ้นหลังเหตุปะทะระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ไอซ์ ในเมืองมินนีอาโพลิส รัฐมินนิโซตา ที่ชาวอเมริกันสองราย คือ เรนี กูด และอเล็กซ์ เพรตตี ถูกเจ้าหน้าที่ไอซ์ยิงตายแบบโหดเหี้ยมขณะใช้สิทธิ์ชุมนุมประท้วงแบบสันติของตัวเอง
กระแสเกลียดชังไอซ์ทวีขึ้น เมื่อฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะ คริสตี โนม อดีตรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงภายใน ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไอซ์ทำทุกอย่างถูกต้องในการป้องกันชีวิตตัวเอง และกล่าวหาเหยื่อฆาตกรรมว่าเป็น “ผู้ก่อการร้ายในประเทศ” นำไปสู่การประท้วงต่อต้านไอซ์ ในหลายเมืองทั่วประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ยุติการเนรเทศขนาดใหญ่ กดดันให้ทรัมป์สั่งปลด โนม จากตำแหน่งเพื่อลดแรงกดดันทันที
ที่ผ่านมา นโยบายกวาดจับผู้อพยพของทรัมป์ เคยเป็น “จุดแข็ง” ที่สุดในบรรดานโยบายทั้งหมด ดังนั้นเสียงสนับสนุนที่หดตัวลงในช่วงที่ผ่านมา ไม่เพียงสะท้อนแรงต้านที่เพิ่มขึ้นในสังคม แต่ยังบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่พรรครีพับลิกันอาจพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งกลางเทอมช่วงปลายปีนี้
หากพรรครีพับลิกันสูญเสียเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา จะส่งผลโดยตรงต่ออำนาจในการผลักดันนโยบายสำคัญของทรัมป์ รวมถึงงบประมาณและมาตรการด้านผู้อพยพ ขณะที่พรรคเดโมแครตจะมีโอกาสกลับมาคุมเกมในสภา และเพิ่มแรงกดดันต่อฝ่ายบริหารมากขึ้น ทั้งในด้านการตรวจสอบและการออกกฎหมายในระยะต่อไป.
ทั้งนี้ การสำรวจของโพลิติโก จัดทำระหว่างวันที่ 11-14 เมษายน มีผู้ตอบแบบสอบถาม 2,035 คน ค่าความคลาดเคลื่อนอยู่ที่ประมาณ 2.17 เปอร์เซ็นต์.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส