ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คลิปวิดีโอจากติ๊กต็อก อินสตาแกรม และยูทูบ แสดงให้เห็นภาพหุ่นยนต์ส่งอาหารที่วิ่งบนทางเท้าในฮอลลีวูด ดาวน์ทาวน์ เวสต์ฮอลลีวูด ซานตาโมนิกา และเวสต์วูด ถูกคนเดินถนนเตะ ขวางทาง หรือยกขึ้นมาหมุนเล่น หรือบางคลิปมีความรุนแรงถึงขั้นผลัก เตะถีบ จนหุ่นล้มกลางถนน ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม รายงานของ Business Insider เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ระบุว่า แม้ภาพบนโซเชียลจะดูเหมือนหุ่นยนต์ถูกโจมตีตลอดเวลา แต่ผู้บริหารของบริษัทหุ่นยนต์หลายแห่งยืนยันว่า เหตุการณ์จริงยังถือว่า “น้อยมาก” เมื่อเทียบกับจำนวนการส่งอาหารทั้งหมด
ผู้บริหารของเซิร์ฟ โรโบติกส์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลการส่งอาหาร 10,000 ครั้ง มีปัญหาส่งไม่สำเร็จเพียง 11 ครั้ง หรือประมาณ 0.11 เปอร์เซ็นต์ โดยปัญหาเกิดจากหลายสาเหตุ รวมถึงอุบัติเหตุหุ่นล้ม ล้อตกหลุม ระบบขัดข้อง และการถูกรบกวนจากมนุษย์
ด้านบริษัทโคโค่ โรโบติกส์ ระบุว่า แม้จะเคยกังวลว่าหุ่นยนต์อาจถูกขโมย หรือทำลายเหมือนรถสกูตเตอร์ไฟฟ้า เช่น Bird หรือ Lime ที่ถูกโยนทิ้งแม่น้ำ เผา หรือทุบทำลายอย่างหนักในยุคแรก (2018-2019) แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่เคยมีหุ่นส่งอาหารถูกขโมยสำเร็จแม้แต่ครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม ชาวลอสแอนเจลิสจำนวนหนึ่งยังแสดงความไม่พอใจต่อหุ่นยนต์เหล่านี้ โดยมองว่ากีดขวางทางเท้า เสี่ยงชนคนเดิน และอาจแย่งงานพนักงานส่งอาหารในอนาคต
เพื่อป้องกันความเสียหาย บริษัทหุ่นยนต์หลายแห่งได้ติดตั้งกล้องรอบตัว ระบบติดตามจีพีเอส รวมถึงระบบแจ้งเตือนเสียงดังหรือสัญญาณกันขโมย เมื่อหุ่นถูกยก ถูกผลัก หรือออกนอกเส้นทางที่กำหนด ขณะที่บางรุ่นสามารถส่งภาพสดกลับไปยังศูนย์ควบคุมได้ทันที
นอกจากนี้ บริษัทเซิร์ฟ โรโบติกส์ ยังเพิ่มฟีเจอร์ให้หุ่นยนต์สามารถ “ขอความช่วยเหลือ” จากคนเดินถนน เช่น ขอให้ช่วยกดปุ่มข้ามถนน เพื่อให้หุ่นเดินทางได้เร็วขึ้น ซึ่งกลับทำให้หลายคนรู้สึกเอ็นดูและเข้ามาช่วยเหลือหุ่นแทนที่จะทำลาย
แม้ว่าการทำลายหรือขโมยหุ่นยนต์ จะเข้าข่ายความผิดอาญา อีกทั้งเหตุการณ์ทุบทำลายหรือกลั่นแกล้งหุ่นยนต์มักกลายเป็นคลิปวิดีโอที่ “เห็นหน้า” คนทำผิดชัดเจน แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานการจับกุม หรือดำเนินคดีกับกลุ่มคนทำผิดกฎหมายดังกล่าวเลย.