เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 นิตยสารนิวส์วีค รายงานโดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงความมั่นคงภายในว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2025 คือระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม–31 ธันวาคม 2024 นั้น มีผู้ได้รับสถานะผู้พำนักถาวร หรือกรีนการ์ด รวมทั้งสิ้น 350,120 คน
ในจำนวนนี้ 190,350 คน เป็นผู้ที่อยู่ในสหรัฐฯ อยู่แล้วและได้รับการอนุมัติผ่านกระบวนการปรับสถานะ (Adjustment of Status) ขณะที่อีก 159,770 คน ยื่นเรื่องจากประเทศของตัวเอง และเดินทางเข้ามาหลังได้รับสถานะผู้พำนักถาวรแล้ว
ข้อมูลดังกล่าว สะท้อนภาพของระบบกรีนการ์ดในช่วงก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์ จะเริ่มปรับเปลี่ยนนโยบายคนเข้าเมืองให้เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงกระบวนการขอกรีนการ์ดที่จะทำให้การยื่นขอจากภายในประเทศทำได้ยากขึ้น
จากข้อมูลดังกล่าว ประเทศที่มีผู้ได้รับกรีนการ์ดมากที่สุด คือ เม็กซิโก 40,790 คน ตามด้วย คิวบา 30,050 คน, อัฟกานิสถาน 18,330 คน, จีน 17,150 คน และอินเดีย 15,460 คน
สาธารณรัฐโดมินิกัน 14,500 คน, ฟิลิปปินส์ 10,250 คน, เอลซัลวาดอร์ 10,050 คน, เวียดนาม 9,170 คน และปากีสถาน 8,160 คน
ส่วนประเทศไทยนั้น ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2025 มีผู้ได้รับกรีนการ์ดทั้งสิ้น 1,470 คน
เมื่อแบ่งตามช่องทางการได้รับกรีนการ์ด พบว่า การย้ายถิ่นฐานผ่านครอบครัวยังคงเป็นช่องทางหลัก โดยกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด คือการกลุ่มญาติใกล้ชิดของพลเมืองสหรัฐฯ เช่น คู่สมรส บิดามารดา และบุตร รวม 139,560 คน
รองลงมา ได้แก่ กลุ่มโควต้าครอบครัว (Family-sponsored preferences) หรือกลุ่มที่ ไม่ได้เป็นญาติใกล้ชิดของพลเมืองสหรัฐฯ 65,490 คน
กลุ่มผู้ลี้ภัย (Refugee ซึ่งยื่นเรื่องและผ่านการอนุมัติก่อนเดินทางเข้ามา) 43,540 คน, กลุ่มทำงาน (Employment-based immigrants) 41,940 คน และผู้ได้รับสถานะลี้ภัย (Asylee ซึ่งเข้ามาอยู่ในสหรัฐฯ แล้วค่อยยื่นขอสถานะลี้ภัย) 27,930 คน
เฉพาะกลุ่มญาติใกล้ชิดกับพลเมืองอเมริกัน (immediate relatives of U.S. citizens) นั้น ผู้ได้รับกรีนการ์ดมากที่สุดคือ คู่สมรสของพลเมืองสหรัฐฯ จำนวน 73,330 คน ตามด้วยบิดามารดา 48,750 คน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำนักงานบริการด้านสัญชาติและตรวจคนเข้าเมือง (USCIS) ประกาศแนวทางใหม่ในการรับเรื่องขอปรับสถานภาพ โดยมองว่าการปรับสถานะจากภายในประเทศเป็น “มาตรการพิเศษ” มากกว่าจะเป็นช่องทางปกติสำหรับการได้กรีนการ์ด
ภายใต้นโยบายดังกล่าว ผู้อพยพจำนวนมากที่อยู่ในสหรัฐฯ ด้วยวีซ่าชั่วคราว จะต้องเดินทางกลับประเทศเพื่อดำเนินการผ่านสถานกงสุลอเมริกันในประเทศตนเอง แทนการยื่นเปลี่ยนสถานะภายในประเทศ ซึ่งยังคงทำได้เฉพาะบางกรณีเท่านั้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเพิ่มมาตรการตรวจสอบผู้สมัครเข้มขึ้น ทั้งการตรวจประวัติ การพิจารณาเป็นรายกรณี การจำกัดบางโครงการด้านคนเข้าเมือง และการลดจำนวนผู้ลี้ภัยที่รับเข้าประเทศด้วย.