เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2026 เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย 112 แห่ง ทั้งจากรัฐบาลกลาง รัฐแคลิฟอร์เนีย และระดับท้องถิ่น ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ “Operation Firewall” ซึ่งดำเนินการใน 5 เคาน์ตี ได้แก่ ลอส แอนเจลิส เคาน์ตี, ออเรนจ์ เคาน์ตี, ซานเบอร์นาดิโน เคาน์ตี, ซานตาบาร์บารา เคาน์ตี และเวนทูรา เคาน์ตี ภายใต้เครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ตต่อเด็ก (ICAC)
ปฏิบัติการใช้เวลาหลายเดือน และในช่วงระหว่างวันที่ 19 เมษายน–3 พฤษภาคม ใช้เจ้าหน้าที่หลายพันนายจากทั่วประเทศร่วมกันดำเนินการขอหมายค้นและเข้าตรวจค้นเป้าหมายมากกว่า 300 ราย ที่ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดเด็ก
จิม แมคดอนเนลล์ หัวหน้าตำรวจลอส แอนเจลิส เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่นำเทคโนโลยีทุกประเภทมาใช้เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุ ซึ่งบางคดีมีเหยื่อเป็นเด็กทารกอายุเพียง 1 ปีเท่านั้น
บรรดาผู้ต้องหาทั้งหมดนั้น ถูกตั้งข้อหาต่างกัน รวมถึง การผลิต ครอบครอง และเผยแพร่สื่อล่วงละเมิดทางเพศเด็ก กระทำอนาจารต่อเด็ก การติดต่อ พยายามติดต่อ หรือนัดพบผู้เยาว์เพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศ การค้ามนุษย์ การไม่ขึ้นทะเบียนผู้กระทำผิดคดีเพศ และการฝ่าฝืนเงื่อนไขคุมประพฤติของผู้กระทำผิดคดีเพศ
“คดีหนึ่ง ผู้ต้องหารายหนึ่งปลอมตัวเป็นนักฟุตบอลระดับมัธยม และล่อลวงเด็กหญิงให้เดินทางข้ามพรมแดนไปพบในเม็กซิโกเพื่อมีเพศสัมพันธ์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะแจ้งหน่วยงานของเม็กซิโกเข้าช่วยเหลือเด็กได้ทัน” แถลงระบุ
บิล เอสเซย์ลี รองอัยการกลางสหรัฐฯ กล่าวว่า แม้เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าปราบปรามอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ปกครองยังเป็นแนวป้องกันด่านแรก พร้อมเตือนให้เฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของเด็ก
“ผมพูดมาหลายครั้งแล้ว และจะพูดอีก เด็กไม่ได้บังเอิญไปเจอคนเหล่านี้ตามสวนสาธารณะหรือบนถนน แต่พวกมันกำลังเข้าหาเด็กของคุณและสร้างความไว้ใจผ่านโลกออนไลน์” เอสเซย์ลีกล่าว.