ทรัมป์ “เงื้อปากกา” ปิดดีลช่องแคบฮอร์มุซ
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : คณะเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่าน บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซและขยายเวลาหยุดยิง รอเพียงการอนุมัติจากทรัมป์และผู้นำอิหร่าน
ยูเอสเอทูเดย์ รายงานเมื่อค่ำวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 ว่า คณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่าน ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 7 สัปดาห์ ระหว่างการหารือเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
อย่างไรก็ดี ยูเอสเอทูเดย์ บอกว่าจนถึงช่วงดึกของวันที่ 28 พฤษภาคม ทรัมป์ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อข้อตกลงฉบับนี้
ภายใต้ข้อเสนอ อิหร่านจะต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือทุกประเภทผ่านได้โดยเสรี ไม่เรียกเก็บค่าผ่านทาง และต้องเก็บกู้ทุ่นระเบิดออกจากเส้นทางเดินเรือภายใน 30 วัน เพื่อแลกกับการที่สหรัฐฯ จะยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน และผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันบางส่วน
ข้อตกลงยังระบุว่า อิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และจะเข้าสู่การเจรจาเกี่ยวกับการกำจัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่มีอยู่ ขณะที่สหรัฐฯ จะพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมในอนาคต
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจายังคงดำเนินอยู่ และทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทรัมป์ โดยเขาบอกว่า “เราอาจกำลังเห็นเค้าลางของข้อตกลง”
ด้านรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างหารือรายละเอียดของถ้อยคำบางส่วน แต่มีความคืบหน้าอย่างมาก และหวังว่าทรัมป์จะสามารถให้การรับรองข้อตกลงได้ในที่สุด
การเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่ยังไม่ยุติ โดยเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม กองทัพสหรัฐฯ โจมตีเรือที่กำลังวางทุ่นระเบิดและฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่าน ขณะที่วันที่ 27 พฤษภาคม กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ กล่าวหาอิหร่านว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างร้ายแรง หลังยิงขีปนาวุธมุ่งหน้าสู่คูเวต และส่งโดรนโจมตีหลายลำเข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
ทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ว่าอิหร่านกำลังยอมอ่อนข้อในหลายประเด็น เพราะเกรงว่าสหรัฐฯ อาจกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบอีกครั้ง
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยมีน้ำมันประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ของโลกขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าว การปิดช่องแคบในช่วงที่ผ่านมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคทั่วโลก.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส