ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ปิด-ขาย Carl’s Jr. แคลิฟอร์เนีย 59 สาขา
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : เจ้าของแฟรนไชส์เบอร์เกอร์ Carl’s Jr. รายใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย ประกาศปิด 10 สาขา และประกาศขายอีก 49 สาขา หลังยื่นขอล้มละลาย เพราะทนพิษเศรษฐกิจ จากต้นทุนแรงงาน ไม่ไหว
ลอสแอนเจลิส ไทม์ส รายงานเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2026 ว่า ฮาร์ชาด ดาโรด เจ้าของกิจการร้าน Carl’s Jr. จำนวน 59 สาขาในแคลิฟอร์เนีย ได้ยื่นเรื่องขอรับความคุ้มครองตามกฎหมายล้มละลายต่อศาล เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ดาโรด ระบุว่า ปัญหาต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นจากกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำของพนักงานร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในแคลิฟอร์เนีย ที่สูงถึง 20 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง รวมถึงสิ่งที่เขามองว่าเป็นการขาดการสนับสนุนและนวัตกรรมจากบริษัทแม่ เป็นปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจของเขาในแคลิฟอร์เนีย ประสบปัญหาทางการเงิน
อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Carl’s Jr. และบริษัทแม่ CKE Restaurants ชี้แจงว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นเฉพาะกิจการที่ดาโรดบริหาร ซึ่งมีเพียง 59 สาขา ไม่เกี่ยวข้องหรือมีผลกระทบต่อร้าน Carl’s Jr. สาขาอื่น
ไทม์ส ระบุว่า ร้านที่มีการเสนอขายผ่านบริษัทนายหน้าธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้ง 49 สาขานั้น ขณะนี้มีผู้สนใจยื่นข้อเสนอซื้อแล้วหลายราย และว่าโดยทั่วไป เมื่อมีการเปลี่ยนมือเจ้าของแฟรนไชส์ ผู้จัดการและพนักงานส่วนใหญ่มักยังคงทำงานต่อในสาขาเดิม
เอกสารที่ยื่นต่อศาลล้มละลายระบุว่า ร้านอาหารในเครือของดาโรดมีรายได้รวมมากกว่า 6 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน แต่ยังขาดทุนมากกว่า 600,000 ดอลลาร์ต่อเดือน
Carl’s Jr. ซึ่งก่อตั้งในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 1941 และเติบโตจนมีสาขาทั่วประเทศประมาณ 980 สาขา กำลังเผชิญแรงกดดันเช่นเดียวกับร้านฟาสต์ฟู้ดรายอื่นๆ ในแคลิฟอร์เนีย ทั้งจากภาวะเงินเฟ้อที่ทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่าย ค่าแรงอัตราใหม่ และการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งที่ต่างออกโปรโมชั่นลดราคาเพื่อดึงดูดลูกค้า
ไทม์สระบุว่าแรงกดดันที่เกิดขึ้นทำให้ Carl’s Jr. จำเป็นต้องลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบกับการบริหารจัดการภายในแต่ละสาขา โดยอ้างคำกล่าวของพนักงานว่า หลายสาขากำลังประสบปัญหาพนักงานไม่เพียงพอ เกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน และเหตุรุนแรงจากลูกค้า.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส