เชื่อ “ทรัมป์” เลือก “เฮกเซธ” เป็นแพะรับบาปสงครามอิหร่าน
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : นักวิเคราะห์ของเอ็นบีซีฟันธง “ทรัมป์”จะชิ่งหนีปัญหาโดยโยนเผือกร้อนให้ “พีต เฮกเซธ” ทันทีที่สงครามอิหร่าน ส่งผลกดดันทางการเมืองถึงขั้นไปต่อไม่ได้
โจนาธาน เลอเมียร์ พิธีกรและนักวิเคราะห์การเมืองของเอ็มเอสเอ็นบีซี กล่าวในรายการ Morning Joe เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026 ว่า แม้ประธานาธิบดีทรัมป์ จะยังคงไว้วางใจพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอยู่ แต่หากสงครามอิหร่านที่เขาก่อเอาไว้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ยังดำเนินต่อไปโดยไม่มีสัญญาณยุติ จะส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของทรัมป์มากกว่าที่เป็นอยู่ เฮกเซธ จะกลายเป็น “แพะรับบาป” แทนทรัมป์ ทันที
แม้ว่าขณะนี้ทรัมป์จะยังคงออกมาโจมตีอิหร่าน และบอกว่าสงครามและการดำเนินการทางทหารต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นก็ตาม แต่เลอเมียร์ อ้างแหล่งข่าวว่ารัฐบาลกำลังเผชิญแรงกดดันรุนแรงจากสมาชิกพรรครีพับลิกันเอง ที่เรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ซึ่งหากถึงจุดที่เห็นได้ชัดว่าพรรครีพับลิกันต้องพ่ายแพ้แบบหมดรูปเพราะเรื่องนี้ ทรัมป์จะต้องซัดทอดความผิดทั้งหมดให้กับ พีต เฮกเซธ อย่างแน่นอน
นักวิเคราะห์ของเอ็มเอสเอ็นบีซี บอกด้วยว่าจนถึงขณะนี้ สงครามอิหร่านได้กลายเป็นสงครามที่ “ไม่ป็อปปูล่าร์” ที่สุดในสายตาของคนอเมริกัน เพราะนอกจากจะมีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตในสงครามอย่างน้อย 18 นาย บาดเจ็บอีกกว่า 500 นายแล้ว รัฐบาลยังทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับสงครามที่ชาวอเมริกันส่วนใหญ่มองว่า “ไม่จำเป็น” อีกด้วย
ยิ่งกว่านั้น สงครามที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นปี ยังส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจรุนแรงจากราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นจนสร้างสถิติใหม่ กระทบถึงทุกภาคส่วน โดย Tax Foundation (สถาบันวิจัยนโยบายภาษีของสหรัฐฯ) ประเมินว่าครัวเรือนอเมริกันต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากสงครามของทรัมป์ มากกว่า 1,000 ดอลลาร์ต่อปี
เลอเมียร์ ระบุว่า นอกเหนือจากประธานาธิบดีทรัมป์ แล้ว พีต เฮกเซธ ไม่ได้รับการสนับสนุนจากบุคคลอื่นในรัฐบาลมากนัก โดยปัญหาดังกล่าวมีมาตั้งแต่ช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจหลังการเลือกตั้ง เนื่องจากเฮกเซธ ถูกกล่าวหาว่าไม่ได้เปิดเผยข้อมูลบางประการเกี่ยวกับอดีตของตนอย่างครบถ้วนต่อทีมตรวจสอบคุณสมบัติ ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่าอนาคตทางการเมืองของรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ จะต้องจบลงแบบ “ไม่สวย” อย่างแน่นอน.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส