โรงพยาบาลกุมขมับ ผู้ป่วยอีอาร์ “ไม่มีประกัน” กระฉูด
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : จำนวนผู้ป่วยห้องฉุกเฉินที่ไม่มีประกันสุขภาพพุ่งกระฉูด หลังทรัมป์ตัดเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันตามกฎหมาย “โอบามาแคร์”
นิวยอร์กไทม์ส รายงานเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ว่า โรงพยาบาลทั่วสหรัฐฯ กำลังรับภาระหนัก จากผู้ป่วยที่ไม่มีประกันสุขภาพที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินและคลินิก
ผู้บริหารโรงพยาบาลระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรส ยุติโครงการอุดหนุนค่าเบี้ยประกันสุขภาพภายใต้กฎหมายคุ้มครองผู้ป่วยและการดูแลสุขภาพที่เข้าถึงได้ (Affordable Care Act) ซึ่งเคยรู้จักกันในชื่อ “โอบามาแคร์” ทำให้ประชาชนหลายล้านคนต้องสูญเสียความคุ้มครองด้านสุขภาพ
ข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า จำนวนผู้ลงทะเบียนกับโอบามาแคร์ลดลงประมาณ 3 ล้านคน หรือ 13 เปอร์เซ็นต์ในปี 2026 เพราะไม่สามารถแบกรับค่าเบี้ยประกันรายเดือน ที่พุ่งสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 114 เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่าสองเท่า หลังรัฐบาลทรัมป์ระงับโครงการอุดหนุนค่าเบี้ยประกันฯ
นิวยอร์กไทม์สระบุว่า ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลส่วนใหญ่ มีจำนวนผู้ป่วยที่ไม่มีประกันสุขภาพเข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ โดยตามกฎหมาย โรงพยาบาลไม่สามารถปฏิเสธการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินที่ไม่มีประกันสุขภาพได้ ส่งผลให้มียอดค่ารักษาพยาบาลที่เรียกเก็บไม่ได้เพิ่มขึ้น
รายงานระบุว่า ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ที่ไม่มีประกันสุขภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อผู้ที่ยังกัดฟันจ่ายเบี้ยประกันต่อไปด้วย เนื่องจากโรงพยาบาลใช้วิธีชดเชยต้นทุน (Cost Shifting) โดยนำภาระค่าใช้จ่ายจากการรักษาผู้ป่วยที่ไม่มีประกันไปกระจายยังผู้ป่วยที่มีประกันสุขภาพ ซึ่งท้ายที่สุด บริษัทประกันเอกชนก็จะปรับขึ้นค่าเบี้ยประกันเพื่อให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส