ติดป้ายมาว่า “ซูการ์ฟรี” แปลว่ากินได้ไม่อั้นจริงป่ะ?
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ลูกอมและขนมหวาน “ไร้น้ำตาล” อาจเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำตาล แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า กินมากเกินไปอาจทำให้ท้องอืด มีแก๊ส และท้องเสียอย่างหนัก เพราะสารให้ความหวานบางชนิดดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้
เว็บไซต์ Popular Science รายงานเมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 ว่า ขนมไร้น้ำตาลอาจดูเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพกว่าขนมทั่วไป เนื่องจากน้ำตาลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง กระตุ้นให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินเพิ่มขึ้น และเมื่อบริโภคมากเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานประเภท 2 รวมถึงเป็นแหล่งแคลอรีที่แทบไม่มีสารอาหาร และมีส่วนทำให้เกิดโรคอ้วน
ขนมและเครื่องดื่มไร้น้ำตาลส่วนใหญ่จะใช้สารให้ความหวานเทียม หรือ “น้ำตาลแอลกอฮอล์” แทน โดยน้ำอัดลมไดเอทมักใช้สารอย่างแอสปาร์แตม หรือแซ็กคาริน ส่วนลูกอมและขนมไร้น้ำตาลมักใช้น้ำตาลแอลกอฮอล์ หรือโพลิออล (polyols) เช่น ไซลิทอลและซอร์บิทอล
“สารเหล่านี้ย่อยช้าและร่างกายดูดซึมได้ไม่ทั้งหมด จึงไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นเหมือนคาร์โบไฮเดรตทั่วไป” รายงานระบุ
ดร.เอมิลี ลีมิง นักโภชนาการและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพลำไส้ ระบุว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของอเมริกันวัยผู้ใหญ่ บริโภคน้ำตาลมากกว่าปริมาณที่แนะนำต่อวัน ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์ไร้น้ำตาลจึงอาจเป็นทางเลือกที่ดี แต่ก็มีข้อควรระวัง เพราะน้ำตาลแอลกอฮอล์จะดึงน้ำจากเนื้อเยื่อเข้าสู่ลำไส้ แถมอาจถูกแบคทีเรียในลำไส้หมัก ทำให้เกิดแก๊ส ท้องอืด และสุดท้ายอาจทำให้ท้องเสียถ่ายเป็นน้ำ
มีงานวิจัยจำนวนมาก ตั้งข้อสังเกตว่าการบริโภคสารให้ความหวานเทียมเป็นประจำในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อจุลินทรีย์ในลำไส้ หรืออาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของมะเร็งบางชนิด แต่งานวิจัยเหล่านั้นเป็นการทดลองกับหนูและใช้สารให้ความหวานในปริมาณมาก จึงยังไม่สามารถนำมาเทียบโดยตรงกับปริมาณที่คนทั่วไปรับประทานได้
นักโภชนาการส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าขนมไร้น้ำตาล สามารถช่วยลดการบริโภคน้ำตาลได้ และสำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาจากน้ำตาลเทียมจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อกินเข้าไปในปริมาณค่อนข้างมากเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีภาวะลำไส้แปรปรวน หรือ IBS อาจไวต่อน้ำตาลแอลกอฮอล์ หรือโพลิออล มากกว่าคนทั่วไป จึงควรตรวจสอบส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์และสังเกตว่าตัวเองตอบสนองต่อน้ำตาลแอลกอฮอล์แต่ละชนิดอย่างไร
สำนักงานอาหารและยา (FDA) กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ต้องมีคำเตือนเรื่องฤทธิ์เป็นยาระบาย หากผลิตภัณฑ์นั้นอาจทำให้ผู้บริโภคได้รับโพลิออลมากกว่า 50 กรัมต่อวัน แต่ผู้ที่ไวต่อโพลิออลบางคนอาจเริ่มมีอาการไม่สบายท้องเมื่อได้รับเพียง 10 กรัมหรือน้อยกว่านั้น
ปัญหาอีกอย่างคือ ผู้บริโภคอาจไม่รู้ว่าได้รับน้ำตาลแอลกอฮอล์ไปมากแค่ไหน เพราะแม้ฉลากจะระบุชื่อส่วนประกอบ เช่น ไซลิทอล แต่ไม่ได้บอกเสมอไปว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีสารดังกล่าวอยู่ในปริมาณเท่าใด
รายงานได้อ้างคำแนะนำของนักโภชนาการว่า สำหรับคนทั่วไปไม่จำเป็นต้องกังวลจนเกินไป
“เพียงรับประทานขนมไร้น้ำตาลในปริมาณพอเหมาะ แต่หากเริ่มรู้สึกปวดท้อง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่ากินมากเกินไป ก็ควรลดปริมาณลง”.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส