ชี้ “ปลายักษ์” ในเกรตเลกส์ อายุมากกว่าอเมริกา
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานใหม่ว่า “เลกสเตอร์เจียน” ปลาน้ำจืดยักษ์แห่งเกรตเลกส์ อาจมีอายุยืนกว่า 400 ปี หรือเกิดก่อนอเมริกาประกาศเอกราช
งานวิจัยใหม่เกี่ยวกับอายุของปลาเลกสเตอร์เจียน ซึ่งนำโดย เอ็ดเวิร์ด เบเกอร์ นักวิจัยจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติมิชิแกน ร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตต และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติวิสคอนซิน เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 ว่า ปลาเลกสเตอร์เจียน หนึ่งในปลาน้ำจืดที่เก่าแก่ที่สุดของทวีปอเมริกาเหนือ อาจมีอายุยืนกว่า 400 ปี มากกว่าที่เคยประเมินไว้ว่าอายุสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 150 ปี
ปลาเลกสเตอร์เจียนมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Acipenser fulvescens เป็นหนึ่งในปลาสเตอร์เจียน 8 สายพันธุ์ที่พบในอเมริกาเหนือ อาศัยอยู่เป็นหลักในเกรตเลกส์ ซึ่งเป็นกลุ่มทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่บริเวณพรมแดนสหรัฐฯ-แคนาดา และลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี ถือเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ โดยอาจยาวกว่า 7 ฟุต และหนักถึง 300 ปอนด์
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Fish Biology บอกด้วยว่าที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ประเมินอายุปลาโดยนับวงการเจริญเติบโตบริเวณก้านครีบอก แต่เมื่อปลาอายุมากขึ้น วงเหล่านี้จะอยู่ชิดกันมากจนแยกออกจากกันได้ยาก ทำให้เกิดความสงสัยว่าวิธีดังกล่าวอาจประเมินอายุของปลาต่ำกว่าความเป็นจริง
ทีมวิจัยจึงใช้ข้อมูลการจับ ทำเครื่องหมาย และจับซ้ำที่เก็บสะสมต่อเนื่องนาน 44 ปี เพื่อติดตามการเติบโตของปลาแต่ละตัว และใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์คล้ายกับที่นักวิทยาศาสตร์เคยใช้ประเมินอายุฉลามกรีนแลนด์ ซึ่งมีอายุยืนกว่า 400 ปี
ผลการศึกษาพบว่า เลกสเตอร์เจียนน่าจะมีอายุยืนกว่าระดับสูงสุด 150 ปีที่เคยเชื่อกันมาก โดยบางตัวอาจอยู่ได้ 200-300 ปี หรืออาจมากกว่า 400 ปี นักวิจัยเชื่อว่าความสามารถในการเข้าสู่ภาวะที่ร่างกายใช้พลังงานต่ำในช่วงฤดูหนาว อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้ปลาชนิดนี้มีอายุยืนเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ เลกสเตอร์เจียนเป็นสายพันธุ์ที่ดำรงอยู่บนโลกมานานเกือบ 150 ล้านปี และความพยายามอนุรักษ์ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาเริ่มประสบผลสำเร็จ โดยสำนักงานประมงและสัตว์ป่าฯ ระบุในปี 2024 ว่า การวางไข่ของปลาในแหล่งน้ำจืดของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากความร่วมมือของรัฐบาลกลาง รัฐ ท้องถิ่น และชนเผ่าพื้นเมือง
นักวิจัยระบุว่า การรู้ว่าเลกสเตอร์เจียนสามารถมีอายุยืนได้จริงแค่ไหน จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนอนุรักษ์ได้ดีขึ้น เพราะแม้ปลาชนิดนี้จะมีความยืดหยุ่นและปรับตัวเก่ง แต่การเปิดโอกาสให้มันมีชีวิตรอดจนถึงวัยสูงสุดเป็นสิ่งสำคัญต่ออนาคตของสายพันธุ์ที่อยู่บนโลกมานานหลายล้านปี.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส