ชี้แผ่นดินไหวจาก “ซานแอนเดรียส” อาจถี่และแรงกว่าที่คิด
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : แคลิฟอร์เนีย “เสี่ยงแผ่นดินไหว” มากกว่าที่เคยคาด หลังผลวิจัยใหม่พบรอยเลื่อนซานแอนเดรียสเคลื่อนตัวเร็วกว่าที่ประเมินไว้
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซานโฮเซส เตต เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026 ถึงผลการศึกษาใหม่ที่พบว่า รอยเลื่อนซานแอนเดรียส (San Andreas Fault) ที่พาดผ่านรัฐแคลิฟอร์เนีย บางช่วงอาจมีอัตราการเคลื่อนตัวเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้
คิม บลิสนิอุก ศาสตราจารย์และนักธรณีวิทยาด้านแผ่นดินไหวของมหาวิทยาลัยซานโฮเซ สเตต กล่าวว่า งานวิจัยก่อนหน้านี้ศึกษาข้อมูลย้อนหลังประมาณ 1,000 ปี แต่ทีมของเธอวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังไปถึง 10,000 ปี
ผลที่พบนี้เป็นการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนบริเวณเทือกเขาซานตาครูซ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรอยเลื่อนซานแอนเดรียสตอนเหนือในพื้นที่แคลิฟอร์เนียเหนือ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว รอยเลื่อนที่มีอัตราการเคลื่อนตัวสูงจะเกิดแผ่นดินไหวบ่อยกว่า และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม บลิสนิอุกกล่าวว่า สิ่งที่พบไม่ได้หมายความว่ารอยเลื่อนเพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวเร็วขึ้น แต่เป็นข้อมูลใหม่ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจอัตราการเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น และเป็นเครื่องเตือนใจให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือแผ่นดินไหว
รอยเลื่อนซานแอนเดรียสเป็นต้นเหตุของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่หลายครั้งในอดีต รวมถึงแผ่นดินไหวโลมาพรีเอตา ขนาด 6.9 ในปี 1989 และแผ่นดินไหวซานฟรานซิสโก ความแรง 7.9 ในปี 1906
แม้งานวิจัยล่าสุดจะศึกษารอยเลื่อนทางตอนเหนือของรัฐ แต่รอยเลื่อนซานแอนเดรียสพาดผ่านแคลิฟอร์เนียลงมาทางตอนใต้ รวมถึงพื้นที่ใกล้ลอส แอนเจลิส และเคยถูกเรียกว่าเป็น “แม่ของรอยเลื่อนแผ่นดินไหวทั้งหมด”
ในช่วงฤดูร้อนปีนี้ มหาวิทยาลัยฮาวายเผยแพร่งานวิจัยอีกชิ้น ระบุว่าแรงกดดันที่สะสมตามแนวรอยเลื่อนซานแอนเดรียสและซานฮาซินโตในแคลิฟอร์เนียใต้ บางช่วงอยู่ในระดับสูงที่สุดในรอบ 1,000 ปี โดยเฉพาะบริเวณช่องเขาคาโฮน (Cajon Pass) ใกล้ซานเบอร์นาดิโน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมสำคัญของรอยเลื่อนทั้งสอง
งานวิจัยดังกล่าวเตือนว่า ช่องเขาคาโฮนอาจเป็นจุดที่ทำให้รอยเลื่อนทั้งสองเกิดการแตกพร้อมกัน ซึ่งหากเกิดขึ้น อาจสร้างความเสียหายรุนแรงกว่าการเกิดแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนเพียงแห่งเดียว โดยเฉพาะพื้นที่ประชากรหนาแน่น เช่น ลอส แอนเจลิส ซานเบอร์นาดิโน ริเวอร์ไซด์ และโคเชลลาแวลลีย์
ทั้งนี้ งานวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับรอยเลื่อนซานแอนเดรียสตอนเหนือยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขาเดียวกัน และยังไม่ได้ตีพิมพ์เป็นงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โดยบลิสนิอุกหวังว่าจะนำเสนอผลการศึกษานี้ในการประชุมวิชาการเดือนตุลาคม ก่อนที่สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) จะสามารถพิจารณาและแสดงความเห็นต่อผลการศึกษาได้.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส