ข่าวคนไทยในอเมริกา
บทความ : 20 แชมป์ AGT ก่อนถึงคิวลุ้น “เนเน่”


เทอร์รี เฟเตอร์ แชมป์ AGT ซีซั่น 2




โชว์สุนัขแสนรู้ของสองพ่อลูก ริชาร์ดและนิโคลัส โอเลต แชมป์ AGT ซีซั่น 7




ดาร์ซี ลินน์ ฟาร์เมอร์ นักเชิดหุ่นรุ่นจิ๋ว แชมป์ AGT ซีซั่น 12




ชิน ลิม นักมายากลจีนจากแคนาดา แชมป์ AGT ซีซั่น 13




 เจสสิกา ซานเชซ แชมป์ AGT ซีซั่นล่าสุด




America’s Got Talent เดินทางมาถึงซีซั่น 21 พร้อมกับความหวังของแฟนๆ ชาวไทยที่กำลังลุ้น “เนเน่ รอยัล” นักร้องและมือกีตาร์สาววัย 16 ปีจากภูเก็ต ให้ไปถึงฝั่งฝัน

โดย : ทีมข่าวสยามทาวน์ยูเอส

ต้องบอกด้วยว่าโอกาสแห่งความสำเร็จของเด็กไทยวัย 16 จากภูเก็ตมีค่อนข้างสูง เพราะนอกจาก “เสน่ห์” และความสามารถล้นเหลือของเธอแล้ว ตลอด 20 ซีซั่นที่ผ่านมา ผู้ชมอเมริกันยังเคยเทใจโหวตให้กับผู้ร่วมแข่งขันจากต่างประเทศจนคว้าแชมป์มาแล้วหลายคน

ก่อนจะลุ้นกันว่าเนเน่จะไปได้ไกลแค่ไหน ทีมข่าวสยามทาวน์ยูเอส ขอพาคุณผู้อ่านย้อนกลับไปดู “ทำเนียบแชมป์” ของ AGT ตลอด 20 ซีซั่นที่ผ่านมา เพื่อเป็นฐานข้อมูลว่าใคร หรือการแสดงแบบใดบ้าง ที่ชนะใจคนอเมริกันได้ 

ซีซั่นแรกของ AGT แพร่ภาพเมื่อปี 2006 แชมป์คือ เบียงกา ไรอัน (Bianca Ryan) เด็กหญิงวัยเพียง 11 ปี ซึ่งสร้างความตะลึงตั้งแต่รอบออดิชั่นด้วยเพลง “And I Am Telling You (I’m Not Going)” จากละครเพลง Dreamgirls ซึ่งคลิปการแสดงรอบนั้น มียอดวิวมหาศาลจนติดท็อป 100 วิดีโอเพลงยอดนิยมตลอดกาลของ YouTube 

ซีซั่น 2 แชมป์เปลี่ยนแนวมาเป็น เทอร์รี เฟเตอร์ (Terry Fator) หนุ่มเท็กซัสที่เป็นนักพากย์หุ่น (ventriloquist) ที่เป็นได้ทั้งนักร้องและนักเลียนเสียง โดยตอนเขาเดินขึ้นเวทีในรอบออดิชั่นนั้น กรรมการเดวิด แฮสเซลฮอฟฟ์ ถึงกับบ่นเมื่อรู้ว่าจะต้องดูนักพากย์หุ่น แต่สุดท้ายคนที่กรรมการไม่อยากดูสามารถคว้าเงินล้านโดยการคว้าแชมป์ของซีซั่นมาครอง

และต้องบอกด้วยว่า เทอร์รี เฟเตอร์ คือแชมป์ของ AGT ที่ประสบความสำเร็จสูงมาก มีโชว์ระดับเฮดไลเนอร์ ที่ The Mirage ในลาสเวกัส ต่อเนื่องยาวนานหลายปี

ซีซั่น 3 เป็นของ นีล อี. บอยด์ (Neal E. Boyd) นักร้องโอเปร่าจากมิสซูรี ซึ่งระเบิดพลังเสียงด้วยเพลง “Nessun Dorma” ของปุชชีนีในรอบออดิชั่นจนกรรมการตะลึง เพลงนี้โด่งดังไปทั่วโลกจากการขับร้องของลูชาโน ปาวารอตติ ในฟุตบอลโลกปี 1990 น่าเสียดายที่บอยด์เสียชีวิตในปี 2018 จากภาวะหัวใจล้มเหลวและโรคไต 

ซีซั่น 4 เป็นของ เควิน สกินเนอร์ (Kevin Skinner) นักร้องคันทรีจากเคนตั๊กกี ซึ่งออดิชั่นด้วยเพลง “If Tomorrow Never Comes” ของการ์ธ บรูกส์ 

ซีซั่น 5 ไมเคิล กริมม์ (Michael Grimm) นักร้องโซลจากมิสซิสซิปปี เฉือนเอาชนะ แจ็กกี อีแวนโค (Jackie Evancho) นักร้องเด็กที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยกริมม์สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยเพลง “You Can Leave Your Hat On” แม้จะมีอาการป่วยจากภาวะขาดน้ำในคืนรอบเซมิไฟนัลก็ตาม 

ซีซั่น 6 เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวชีวิตที่น่าสนใจ เมื่อ แลนเดา ยูจีน เมอร์ฟี จูเนียร์ (Landau Eugene Murphy Jr.) นักร้องสไตล์แฟรงก์ ซินาตรา จากเวสต์เวอร์จิเนีย ขึ้นเวทีออดิชั่นด้วยเสื้อผ้าเพียงชุดเดียวที่เขาเหลืออยู่ หลังถูกขโมยขึ้นทั้งรถและบ้าน ก่อนผ่านด่านกรรมการและเดินหน้าไปจนคว้าแชมป์ 

ซีซั่น 7 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อโชว์สุนัขแสนรู้ของสองพ่อลูก ริชาร์ดและนิโคลัส โอเลต กลายเป็นการแสดงที่ไม่ใช่การร้องเพลงชุดแรกที่คว้าแชมป์ AGT โดยสองพ่อลูกใช้สุนัขซึ่งส่วนใหญ่เป็นสุนัขจากเชลเตอร์มาฝึกให้แสดงสารพัดท่าบนเวที ทั้งเดินสองขา ตีลังกากลับหลัง ขี่สกูตเตอร์ กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง ฯลฯ

ซีซั่น 8 แชมป์คือ เคนอิจิ เอบินะ (Kenichi Ebina) นักเต้นญี่ปุ่นจากโตเกียว ที่สร้างเอกลักษณ์ด้วยการผสมศิลปะการต่อสู้เข้ากับการเต้น โดยรอบออดิชั่นใช้การแสดงที่ได้แรงบันดาลใจจากวิดีโอเกม เต้นโต้ตอบกับตัวละครบนจอ และถึงขั้นออกท่าเตะใส่ตัวละครเหล่านั้น 

ซีซั่น 9 เป็นยุคของมายากล เมื่อ แมต ฟรังโก (Mat Franco) กลายเป็นนักมายากลคนแรกที่คว้าแชมป์ AGT โดยหนึ่งในโชว์ที่สร้างชื่อคือการนำโทรศัพท์ของเมล บี หย่อนลงในแก้วเครื่องดื่ม ก่อนเสกให้หายไป และไปปรากฏอยู่ในเบาะที่นั่งของผู้ชมในโรงละคร

ซีซั่น 10 เป็นของ พอล เซอร์ดิน (Paul Zerdin) นักพากย์หุ่นคนที่สองที่คว้าแชมป์ของ AGT โดยหนึ่งในโชว์เรียกเสียงหัวเราะของเขาคือการจับฮาววี แมนเดลมาทำเป็น “หุ่นมนุษย์” ให้ทั้งเต้นทเวิร์กและริเวอร์แดนซ์ 

ซีซั่น 11 เป็นชื่อที่แฟน AGT จำนวนมากยังจำได้ดี เกรซ แวนเดอร์วาล (Grace VanderWaal) สาวน้อยวัย 12 ปีที่มาพร้อมอูคูเลเล่และเพลงที่แต่งเอง “I Don’t Know My Name” ก่อนคว้าแชมป์ และกลายเป็นผู้ชนะอายุน้อยที่สุดอันดับสองของรายการ รองจากเบียงกา ไรอัน 

ซีซั่น 12 แชมป์ยังเป็นเด็กวัย 12 ปี เมื่อ ดาร์ซี ลินน์ ฟาร์เมอร์ (Darci Lynne Farmer) โชว์ความสามารถทั้งร้องเพลงและพากย์หุ่น โดยมีหุ่นสองตัว คือพิทูเนียและออสก้าร์เป็นคู่หู หนึ่งในโชว์เด่นคือการพากย์ให้หุ่นทั้งสองร้องเพลง “With a Little Help From My Friends” ของ The Beatles ร่วมกับเธอ ราวกับมีนักร้องสามคนอยู่บนเวที

ซีซั่น 13 เป็นของ ชิน ลิม (Shin Lim) นักมายากลเชื้อสายจีนจากแคนาดาวัย 26 ปี ซึ่งเคยได้รับคำแนะนำจากไซมอน โคเวลล์ให้คิดการแสดงให้ใหญ่ขึ้นและออกจากการเล่นกลบนโต๊ะ จึงพัฒนาการแสดงแบบ “เล่นใหญ่” จนคว้าแชมป์ไปในที่สุด

ซีซั่น 14 โคดี ลี (Kodi Lee) นักร้องและนักเปียโนตาบอดและเป็นออทิสติก กลายเป็นขวัญใจแฟนๆ ตั้งแต่เริ่มการแข่งขัน และสร้างการแสดงที่เรียกน้ำตาจากทั้งผู้ชมและกรรมการ หนึ่งในช่วงเวลาสำคัญคือการร้อง “Bridge Over Troubled Water” ของ Simon & Garfunkel โดยได้รับอนุญาตจากพอล ไซมอน ซึ่งแทบไม่อนุญาตให้ผู้อื่นนำเพลงของเขาไปแสดงต่อสาธารณะมาก่อน

ซีซั่น 15 แชมป์ฉีกออกไปจากทุกประเภทที่ผ่านมา เมื่อ แบรนดอน ลีก (Brandon Leake) กลายเป็น “กวี” คนแรกที่คว้าแชมป์ AGT เขานำทั้งเรื่องส่วนตัวและประเด็นสังคมมาถ่ายทอดด้วยถ้อยคำลึกซึ้ง ตั้งแต่ Black Lives Matter ลูกสาวแรกเกิด ความสัมพันธ์กับพ่อที่ห่างเหิน ไปจนถึงการสูญเสียน้องสาว โดยเจ้าตัวบอกหลังชนะว่า นี่เป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของวงการ Spoken Word เพราะศิลปะที่ไม่เคยอยู่ในกระแสหลักสามารถขึ้นมาคว้าแชมป์ America’s Got Talent ได้ 

ซีซั่น 16 ดัสติน ทาเวลลา (Dustin Tavella) กลายเป็นนักมายากลคนที่สามที่คว้าแชมป์ ต่อจากแมต ฟรังโก และชิน ลิม และยังเป็นการแข่งขันที่ลุ้นกันถึงที่สุด เพราะเทอร์รี ครูว์ส ระบุว่า ผลโหวตครั้งนั้นสูสีที่สุดเท่าที่รายการเคยมีมา 

ซีซั่น 17 เป็นซีซั่นที่อเมริกันเทใจโหวตให้คณะนักเต้นหญิง The Mayyas จากประเทศเลบานอน ซึ่งโดดเด่นจากความพร้อมเพรียงของสมาชิกจำนวนมาก โดยใช้การเคลื่อนไหวของมือและร่างกายสร้างภาพบนเวทีอย่างตื่นตา โดยตั้งแต่รอบออดิชั่น พวกเธอก็สร้างความประทับใจจนโซเฟีย เวอร์การา กด Golden Buzzer ส่งเข้ารอบทันที

ซีซั่น 18 แชมป์คือ เอเดรียน สตอยกา (Adrian Stoica) ครูฝึกสุนัขชาวอิตาลี และ “เฮอริเคน” สุนัขคู่ใจ ชนะใจผู้ชมด้วยโชว์ที่ผสมทักษะของหมาน้อยเข้ากับเรื่องราวและความตลก โดยในรอบชิงชนะเลิศทั้งคู่แสดงโชว์ในธีมออกเดต และดึงโซเฟีย เวอร์การามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง ก่อนเอาชนะนักมายากล แอนนา เดอกุซแมน ไปแบบเฉียดฉิว ถือเป็นครั้งที่สองที่ “โชว์สุนัขแสนรู้” สามารถพิชิตเงินล้านจาก AGT ได้สำเร็จ

ซีซั่น 19 เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวแบบ “คนธรรมดาที่มีความสามารถไม่ธรรมดา” เมื่อ ริชาร์ด กูดอลล์ (Richard Goodall) ภารโรงโรงเรียนจากรัฐอินเดียนา คว้าใจผู้ชมด้วยพลังเสียง เขาได้รับ Golden Buzzer จากไฮดี คลุม และร้องเพลงดังหลายเพลงระหว่างการแข่งขัน ทั้ง “How Am I Supposed to Live Without You,” “Eye of the Tiger” และ “Faithfully” ก่อนกลับมาร้อง “Don’t Stop Believin’” ในรอบชิงชนะเลิศ โดยมี นีล ชอน มือกีตาร์วง Journey ขึ้นเวทีร่วมแสดงด้วย 

ส่วนซีซั่น 20 เป็นเรื่องราวที่อาจให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขันได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง เพราะแชมป์คือ เจสสิกา ซานเชซ (Jessica Sanchez) นักร้องอเมริกันเชื้อสายฟิลิปปินส์ ซึ่งเคยขึ้นเวที AGT ครั้งแรกตั้งแต่อายุเพียง 10 ปีในซีซั่นแรก และไปได้ถึงรอบเซมิไฟนัล แต่ไม่ได้แชมป์

เกือบ 20 ปีต่อมา เจสสิกากลับมาที่เวทีเดิมอีกครั้งในวัย 30 ปี และกำลังตั้งครรภ์ คราวนี้เธอได้รับ Golden Buzzer จากโซเฟีย เวอร์การา จากการร้อง “Beautiful Things” ก่อนร้อง “Ordinary” และ “Die With a Smile” ในรอบต่อๆ มา และปิดการแข่งขันด้วย “Golden Hour” จนคว้าแชมป์ซีซั่น 20 ได้สำเร็จ 

เมื่อแยกแชมป์ทั้ง 20 ซีซั่นตามประเภทการแสดง จะพบว่า “นักร้อง” ครองแชมป์ AGT มากที่สุด 9 คน ตามด้วย “นักมายากล” 3 คน, นักพากย์หุ่น (ventriloquist) 3 คน, นักเต้น 2 ราย, โชว์สุนัข 2 ทีม และกวี (Spoken Word) 1 คน สะท้อนให้เห็นว่า AGT ไม่เคยมีสูตรตายตัวว่าโชว์ประเภทใดจะเป็นแชมป์   

โดยในกลุ่ม “นักร้อง” ที่เคยคว้าแชมป์ AGT ทั้ง 9 คนนั้น มีตั้งแต่นักร้องป๊อป คันทรี โซล โอเปร่า ไปจนถึงนักร้องที่เล่นเครื่องดนตรีประกอบ คือโคดี ลี เล่นเปียโน และเกรซ แวนเดอร์วาล เล่นอูคูเลเล่…

จึงเป็นเรื่องที่น่าลุ้นว่าแชมป์ AGT ซีซั่น 21 จะเป็นนักร้องร็อคที่เล่นกีตาร์เอง หรือเปล่า...

 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :

Detail :




ฉบับที่
643
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข