อเมริกันมองทรัมป์ “ห่วงรวย” มากกว่าช่วยประเทศ
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ผลสำรวจพบชาวอเมริกันส่วนใหญ่มองทรัมป์ให้ความสำคัญกับธุรกิจตัวเองมากกว่าประเทศ และเกือบหกในสิบเชื่อว่าเขาหาประโยชน์จากตำแหน่งอย่างผิดกฎหมายหรือผิดจริยธรรม
เว็บไซต์ฟ็อกซ์นิวส์ รายงานเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 ถึงผลสำรวจความเห็นของเอพี-นอร์ก (AP-NORC) ซึ่งพบว่า ผู้ตอบร้อยละ 56 มองว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนตัว “อย่างมาก” นับตั้งแต่กลับเข้าทำเนียบขาว ขณะที่ร้อยละ 54 มองว่าเขาให้ความสำคัญในระดับเดียวกันกับผลประโยชน์ทางธุรกิจของเพื่อนและครอบครัว
ในทางกลับกัน มีเพียงร้อยละ 23 ที่ยังคงมองว่าทรัมป์ให้ความสำคัญกับประเทศโดยรวม “อย่างมาก” และเพียงร้อยละ 11 มองว่าเขาให้ความสำคัญในระดับนี้กับประชาชนอย่างพวกตน ส่วนครึ่งหนึ่งของผู้ตอบระบุว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนอย่างพวกตนเลย
เมื่อถามถึงการหาประโยชน์ส่วนตัวจากตำแหน่งประธานาธิบดี ผู้ตอบร้อยละ 41 เชื่อว่าทรัมป์ทำสิ่งผิดกฎหมาย และร้อยละ 18 มองว่าพฤติกรรมของเขาผิดจริยธรรมแต่ไม่ผิดกฎหมาย รวมเป็นร้อยละ 59 ส่วนร้อยละ 18 มองว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด และร้อยละ 21 ระบุว่ามีข้อมูลไม่เพียงพอจะออกความเห็น
เมื่อแยกตามแนวทางการเมือง ผู้สนับสนุนเดโมแครตประมาณแปดในสิบเชื่อว่าทรัมป์ทำผิดกฎหมาย เทียบกับประมาณสามในสิบของกลุ่มอิสระ และหนึ่งในสิบของผู้สนับสนุนรีพับลิกัน ขณะที่กลุ่มอิสระและรีพับลิกันประมาณสองในสิบมองว่าพฤติกรรมของเขาผิดจริยธรรมแต่ไม่ผิดกฎหมาย
ฟ็อกซ์รายงานถึงเอกสารเปิดเผยข้อมูลการเงินที่ทรัมป์ยื่นเมื่อเดือนมิถุนายน โดยระบุว่าทรัมป์มีรายได้มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์จากธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซีใหม่ๆ หลังจากตัวเองออกกฎใหม่ เพื่อผ่อนคลายกฎหมายกำกับดูแลอุตสาหกรรมนี้
โดยตัวเลขของฟ็อกซ์นี้ แม้จะเป็นตัวเลขที่สูงมาก แต่ยังต่ำกว่ารายได้ของทรัมป์ ที่รอยเตอร์สและเอ็นบีซีรายงานไว้ที่เกือบ 1.5 พันล้านดอลลาร์
รายงานยังอ้างด้วยว่าหนึ่งในกิจการคริปโตฯ สำคัญของทรัมป์ได้รับเงินลงทุน 500 ล้านดอลลาร์หลังเขาชนะเลือกตั้ง จากธุรกิจในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่เชื่อมโยงกับราชวงศ์ และได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรคริปโตฯ ที่ก่อตั้งโดยมหาเศรษฐีชาวจีนซึ่งเผชิญปัญหาทางกฎหมายในอเมริกา
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ ออร์กาไนเซชัน (Trump Organization) ยังทำข้อตกลงด้านอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศแปดรายการในปีแรกของการดำรงตำแหน่งสมัยนี้
การสำรวจจัดทำโดยศูนย์วิจัยกิจการสาธารณะเอพี-นอร์ก จากผู้ใหญ่ทั่วประเทศ 2,140 คน ระหว่างวันที่ 24–28 กันยายน 2026 ผ่านกลุ่มตัวอย่างอเมริสปีคของนอร์ก โดยสัมภาษณ์ทั้งออนไลน์และทางโทรศัพท์ มีค่าความคลาดเคลื่อนโดยรวมบวกลบ 2.9 จุดเปอร์เซ็นต์.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส