ข่าวคนไทยในอเมริกา
บทความ : คองเกรสจะสกัด “ทรัมป์บุกกรีนแลนด์” ได้สำเร็จหรือไม่

อย่าว่าแต่พรรคเดโมแครตเลย ขณะนี้บรรดารีพับลิกันในคองเกรสบางส่วน ก็กำลังเร่งหาทางสกัดท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการเข้าครอบครองกรีนแลนด์ เหมือนกัน โดยนักวิจารณ์การเมืองบางคนบอกว่าเป็นท่าทีคัดค้านที่แข็งกร้าวที่สุดของนักการเมืองรีพับลิกัน ตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง

โดย : ทีมข่าวสยามทาวน์ยูเอส

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส.ว.รีพับลิกันขึ้นอภิปรายในสภาถึงความสำคัญขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) มีการเสนอร่างกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้สหรัฐฯ ใช้กำลังโจมตีเดนมาร์ก และมีสมาชิกรัฐสภาหลายคนเดินทางไปยังกรุงโคเปนเฮเกน เพื่อพบกับฝ่ายนิติบัญญัติของเดนมาร์ก

แต่ไม่ว่ากระแสคัดค้าน ทั้งในและนอกคองเกรส รวมถึงทั่วโลกจะกึกก้องขนาดไหน ทรัมป์ยังคงยืนยันว่าจะเข้าควบคุมเกาะในเขตอาร์กติกแห่งนี้ให้ได้ ก่อให้เกิดความกังวลว่าจะถึงจุดสิ้นสุดของ NATO พันธมิตรเก่าแก่และเป็นเสาหลักของอำนาจสหรัฐฯ ในยุโรปและทั่วโลก 

อีกทั้งยังตั้งคำถามในระดับโลกว่า นิสัยก้าวร้าว เห็นแก่ได้โดยไม่คำนึงถึงกฎเกณฑ์ใดๆ ของทรัมป์จะส่งผลอย่างไรต่อระเบียบโลก

ทรัมป์อ้างเหตุผลว่า สหรัฐฯ ควรเข้ายึดกรีนแลนด์ก่อนที่จีนหรือรัสเซียจะทำเช่นนั้น โดยล่าสุดเขาโพสต์โซเชียลมีเดียว่า ด้วยระบบอาวุธทันสมัย ทำให้การเข้าครอบครอง (กรีนแลนด์) มีความสำคัญมาก

ท่าทีดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลไปทั่วยุโรป โดยหลายประเทศได้ส่งกำลังทหารไปกรีนแลนด์เพื่อสนับสนุนเดนมาร์กแล้ว

ที่ผ่านมา วุฒิสมาชิกคริส คูนส์ จากรัฐเดลาแวร์ พรรคเดโมแครต เป็นแกนนำจัด “ทริปสองพรรค” ไปเดนมาร์ก โดยหวัง “ลดอุณหภูมิความตึงเครียด” พร้อมทั้งหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงทางทหารร่วมกันในเขตอาร์กติก โดยมีวุฒิสมาชิกรีพับลิกัน ทอม ทิลลิส จากนอร์ธ แคโรไลนา และลิซา เมอร์โควสกี จากอลาสกา ร่วมกับเดโมแครตอีกหลายคน 

นอกจากนี้ บรรดา ส.ว.รีพับลิกันอีกหลายคนยังเข้าร่วมการประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์กและผู้แทนจากกรีนแลนด์ เพื่อหารือเรื่องข้อตกลงด้านความมั่นคงที่กรุงวอชิงตันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และยืนยันว่า ไม่มีหลักฐานการเคลื่อนไหวของจีนหรือรัสเซียในกรีนแลนด์ตามที่ทรัมป์ใช้เป็นข้ออ้างแต่อย่างใด

“เมื่อผู้นำประเทศที่มีกองทัพทรงอานุภาพที่สุดในโลก ข่มขู่ดินแดนของคุณ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณย่อมต้องเริ่มจริงจังกับเรื่องนี้” คูนส์กล่าว

ไม่ว่าสภาคองเกรสจะมีท่าทีอย่างไร แต่ทรัมป์ก็ยังคงเดินหน้าทำตามแผนการณ์ของเขา แถมยังกล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 17 มกราคมว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10% กับสินค้าจากประเทศยุโรป 8 ประเทศตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เพราะเป็นกลุ่มประเทศที่คัดค้านแผนยึดกรีนแลนด์ของเขา

:-แรงต้านแผนกรีนแลนด์ของทรัมป์

แกนนำรีพับลิกันหลายคนแสดงจุดยืนชัดว่า การใช้กำลังเข้ายึดกรีนแลนด์เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ แต่จนถึงขณะนี้ ยังหลีกเลี่ยงที่จะตำหนิทรัมป์โดยตรง

วุฒิสมาชิกรีพับลิกัน ทอม ทิลลิส จากนอร์ธ แคโรไลนา โพสต์โซเชียลมีเดียว่า แผนภาษีของทรัมป์นั้น “เลวร้ายต่ออเมริกา ต่อธุรกิจอเมริกัน และต่อพันธมิตรของสหรัฐฯ”

มิตช์ แมคคอนเนลล์ อดีตผู้นำรีพับลิกันในวุฒิสภา เตือนระหว่างการอภิปรายว่า ความพยายามยึดกรีนแลนด์จะ “ทำลายความไว้วางใจของพันธมิตร” และทำให้ชื่อเสียงของทรัมป์ “มัวหมอง” เพราะตัดสินใจด้านนโยบายต่างประเทศแบบเลวร้าย

ชัดเจนว่าทั้งรีพับลิกันและเดโมแครตเห็นพ้องกันว่า ยังมีแนวทางอื่นในการหาผลประโยชน์ในกรีนแลนด์ โดยไม่ทำลายความสัมพันธ์กับเดนมาร์ก ซึ่งเป็นพันธมิตร NATO

:-สภาคองเกรสทำอะไรได้บ้าง

แม้ว่าตามกฎหมายแล้ว แผนการณ์โจมตีทางทหารของประเทศจะต้องผ่านการพิจารณาอนุญาตโดยสภาคองเกรสเสียก่อน แต่จากพฤติกรรมของทรัมป์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เห็นได้ชัดเจนว่าเขาไม่ใส่ขั้นตอนทางกฎหมายเหล่านี้เลย

นั่นทำให้สมาชิกรัฐสภาฝั่งรีพับลิกันอย่างเมอร์โควสกี กำลังผลักดันกฎหมายห้ามใช้งบประมาณของกระทรวงกลาโหม ไปโจมตีหรือยึดครองดินแดนของประเทศสมาชิก NATO อื่นๆ โดยไม่ได้รับความยินยอม แถมยังเสนอว่าสภาคองเกรสควรดำเนินการยกเลิกภาษีการค้าของทรัมป์ เหมือนกับที่เคยพยายามมาแล้วเมื่อปี 2025 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือถึงจะผ่านความเห็นชอบจากสองสภา กฎหมายยกเลิกภาษีของทรัมป์ ก็ยังต้องผ่านความเห็นชอบและลงนามโดยทรัมป์อยู่ดี

ฝ่ายเดโมแครต ก็ยังหวังจะใช้มติอำนาจสงคราม (war powers resolutions) เพื่อบังคับให้ประธานาธิบดีต้องขออนุมัติจากสภาคองเกรสก่อนเข้าร่วมความขัดแย้งทางทหารอีกทั้ง แม้ว่าสัปดาห์ที่แล้วจะถูกรีพับลิกันคว่ำมติอำนาจสงครามในการห้ามทรัมป์โจมตีเวเนซุเอลาก็ตาม โดยเดโมแครตเชื่อว่าจะมีรีพับลิกันหันมาสนับสนุนมากขึ้นในกรณีกรีนแลนด์

แต่สภาพการณ์ในปัจจุบัน ทำให้นักวิจารณ์การเมืองออกมาฟันธงว่าคองเกรส ไม่น่าจะหยุดยั้งท่าทีของทรัมป์ต่อกรีนแลนด์ได้ แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยอย่างแรง แต่ก็พยายามหลีกเลี่ยงท่าทีใดๆ ที่อาจเป็นการขัดใจทรัมป์

นั่นทำให้เสียงคัดค้านที่แข็งกร้าวที่สุดจากฝั่งรีพับลิกัน มาจากสมาชิกรัฐสภา “ที่กำลังจะหมดวาระ” เพียงไม่กี่คน รวมถึง ทอม ทิลลิส ที่กล้าออกมาวิจารณ์ที่ปรึกษาของทรัมป์ อย่าว  สตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวแบบตรงๆ

“การฟังที่ปรึกษาที่ไม่มีประสบการณ์ ผลักดันการใช้มาตรการรุนแรงเพื่อยึดดินแดนของพันธมิตร เป็นเรื่องโง่เขลาสุดๆ” เขากล่าว

ดังนั้น ด้วยอำนาจเหนือรีพับลิกันในคองเกรสของทรัมป์ในขณะนี้ น่าจะทำนโยบายต่างประเทศแบบแข็งกร้าวของทรัมป์ จะสร้างความปั่นป่วนทั้งในและนอกประเทศต่อไป 

อย่างน้อยจนถึงสมัยหน้าของคองเกรส หลังการเลือกตั้งมิดเทอมปลายปี 2026 เพราะเชื่อว่ากระแสต่อต้านทรัมป์จะทวีขึ้นจนทำให้เก้าอี้ของเดโมแครตเพิ่มมากขึ้น จนอาจกลายเป็น “เสียงข้างมาก” อย่างน้อยก็ในสภาผู้แทนราษฏร จนสามารถทัดทานไม่ให้ทรัมป์มี “อำนาจเบ็ดเสร็จ” เหมือนเช่นที่ผ่านมา...




 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :

Detail :




ฉบับที่
641
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข