ต้องทิ้งกางเกงในทุก 6 เดือนจริงหรือ?
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : คลิปไวรัลในติ๊กต็อกอ้างว่าผู้หญิงควรทิ้งกางเกงในทุก 6–9 เดือนเพราะของเก่าอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ถูกแพทย์ปัดตก เพราะกุญแจสำคัญของสุขอนามัยคือความสะอาดและความแห้ง ไม่ใช่อายุของผ้า
เว็บไซต์ด้านสุขภาพ เฮลท์แอนด์มี รายงานเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 ว่า คลิปไวรัลในติ๊กต็อกที่แนะนำให้ผู้หญิงทิ้งกางเกงในทุก 6–9 เดือนเพราะกางเกงในเก่าไม่ดีต่อสุขภาพ ทำให้ผู้คนจำนวนมากตกใจ ด้วยว่ามักจะใช้กางเกงในจนกระทั่งขาดหรือยืดเสียไปเอง
รายงานอ้างความเห็นของแพทย์หญิง เจน กันเทอร์ สูตินรีแพทย์และผู้เขียนหนังสือ “เดอะ วาไจน่า ไบเบิล” ที่ออกมาคัดค้านคำกล่าวอ้างดังกล่าว โดยระบุว่ากางเกงในไม่ได้กลายเป็นอันตรายต่อสุขภาพเพียงเพราะใช้งานมานาน และว่าแนวคิดดังกล่าวสะท้อนความกังวลที่มีมานานว่าอวัยวะเพศหญิงคือสิ่งเปราะบาง สกปรกและเสี่ยงติดเชื้ออยู่ตลอดเวลา ซึ่งไม่เป็นความจริง
ขณะที่แพทย์หญิง ชาวอน โมมอน-เนลสัน สูตินรีแพทย์จากศูนย์การแพทย์ยูพีเอ็มซี รัฐเพนซิลเวเนีย บอกว่า “ไม่มีกฎข้อใดระบุว่าหลัง 6 เดือนต้องเปลี่ยนกางเกงใน” และว่าโซเชียลมีเดีย มักทำให้คำแนะนำทั่วไปกลายเป็นกฎตายตัว แม้จะไม่มีหลักฐานรองรับก็ตาม
อย่างไรก็ตาม แพทย์หลายคนแสดงความเห็นว่ากางเกงในสัมผัสกับผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศโดยตรง จึงอาจสะสมเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วและแบคทีเรียจำนวนมาก ทั้งชนิดที่เกิดตามธรรมชาติและชนิดที่เป็นอันตราย ดังนั้นสิ่งที่ส่งผลต่อสุขภาพของช่องคลอดจริงๆ คือความสะอาดและความแห้ง ไม่ใช่อายุของกางเกงใน
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า กฎ “ทิ้งกางเกงในทุกหกเดือน” ยังคงแพร่หลายเพราะอคติที่มีต่อกายวิภาคของผู้หญิงมาอย่างยาวนาน สินค้าและกระแสหลายอย่างมักโฆษณาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผ้าเช็ด หรือสเปรย์เฉพาะทาง รวมถึงการเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยครั้งว่าเป็นการดูแลที่จำเป็น แต่ในทางการแพทย์นั้น อวัยวะเพศภายนอกก็เป็นเพียงผิวหนัง การล้างอย่างอ่อนโยนด้วยสบู่และน้ำบริเวณภายนอกก็มักเพียงพอแล้ว
นอกจากนี้ บทความยังแนะนำผู้หญิงให้ใช้กางเกงในผ้าฝ้าย 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีและลดความชื้น พร้อมหลีกเลี่ยงผ้าสังเคราะห์ที่รัดแน่นเป็นเวลานาน นอกจากนี้ควรเปลี่ยนกางเกงในทุกวันหรือเปลี่ยนหลังออกกำลังกาย หากมีอาการคัน มีตกขาวผิดปกติ แสบ หรือมีกลิ่น ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง แต่ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง
“การดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันการติดเชื้อที่กลับมาเป็นซ้ำหรือเรื้อรังได้” รายงานระบุ.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส