คณะกรรมการจัดทำงบประมาณอย่างมีความรับผิดชอบ (Committee for a Responsible Federal Budget - CRFB) ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยนโยบายการคลังอิสระ (think tank) ในกรุงวอชิงตัน ดีซี ออกมาเตือนเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 ว่า หากปล่อยให้กองทุนเกษียณอายุของสำนักงานประกันสังคม (Social Security Administration - SSA) หมดลงในปี 2032 จะเกิดความจำเป็นต้องลดการจ่ายผลประโยชน์ลงประมาณ 24 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ระบบยังสามารถจ่ายเงินให้ผู้เกษียณอายุในประเทศต่อไปได้
โดยผลการคำนวณของ CRFB พบว่าการลดรายจ่ายดังกล่าว ส่งผลให้ผู้รับเงินประกันสังคมถูกลดเงินสวัสดิการลงเดือนละประมาณ 459-556 ดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับรัฐที่อาศัยอยู่
โดยสิบรัฐที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ คอนเนกติกัต เฉลี่ย 556 ดอลลาร์ต่อเดือน, นิวเจอร์ซีย์ 554 ดอลลาร์, นิวแฮมป์เชียร์ 553 ดอลลาร์, เดลาแวร์ 549 ดอลลาร์, แมรีแลนด์ 541 ดอลลาร์, วอชิงตัน 531 ดอลลาร์, มินนิโซตา 530 ดอลลาร์, แมสซาชูเซตส์ 527 ดอลลาร์, มิชิแกน 523 ดอลลาร์ และยูทาห์ 523 ดอลลาร์ ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 500 ดอลลาร์ต่อเดือน
“ไม่มีรัฐใดที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบจากปัญหาการขาดสภาพคล่องของกองทุนได้ โดยปัจจุบันนี้ มีถึง 47 รัฐ ที่มีสัดส่วนประชากรสูงกว่า 15 เปอร์เซ็นต์ ต้องพึ่งพาเงินโซเชียลซีเคียวริตีโดยตรง” คำเตือนของ CRFB ระบุ
รัฐที่มีสัดส่วนประชากรได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ เมน 22.9 เปอร์เซ็นต์, เวสต์เวอร์จิเนีย 22.4 เปอร์เซ็นต์, เวอร์มอนต์ 22.0 เปอร์เซ็นต์, เดลาแวร์ 21.1 เปอร์เซ็นต์, มอนทาน่า 21.0 เปอร์เซ็นต์, นิวแฮมป์เชียร์ 21.0 เปอร์เซ็นต์, เซาท์แคโรไลน่า 20.6 เปอร์เซ็นต์, วิสคอนซิน 20.2 เปอร์เซ็นต์, มิชิแกน 19.8 เปอร์เซ็นต์ และเพนซิลเวเนีย 19.8 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 18.0 เปอร์เซ็นต์
แชนนอน เบนตัน โฆษกของสมาคมผู้สูงอายุ The Senior Citizens League ซึ่งเป็นองค์กรระดับประเทศ ในเวอร์จิเนีย กล่าวว่า การลดเงินช่วยเหลือในระดับดังกล่าวเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา
“ผู้สูงอายุชาวอเมริกันหลายล้านคนพึ่งพาเงินที่ตนเองจ่ายสมทบเข้าระบบนี้มาตลอดชีวิต เพื่อนำไปใช้เป็นค่าเช่าที่อยู่อาศัย ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ การดำเนินการแก้ไขปัญหาแต่เนิ่นๆ จะช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบในระยะยาว และลดผลกระทบต่อผู้รับสิทธิ์ได้” เบนตันกล่าว.
ข้อมูลล่าสุดของ SSA ระบุว่า ปัจจุบันมีชาวอเมริกันประมาณ 75 ล้านคนได้รับเงินช่วยเหลือจากระบบโซเชียลซีเคียวริตี.