“ทรัมป์” สั่งโจมตีอิหร่านต่อ หลังเฮลิคอปเตอร์ถูกสอยใกล้ฮอร์มุซ
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน ตามคำสั่งทรัมป์ ซึ่งกล่าวหาอิหร่านว่าอยู่เบื้องหลังเหตุเฮลิคอปเตอร์กองทัพสหรัฐฯ ตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
เอพี รายงานเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2026 ว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินรบของกองทัพอากาศและกองทัพเรือโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน โดยกองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า เป้าหมายประกอบด้วยระบบป้องกันภัยทางอากาศ สถานีควบคุมภาคพื้นดิน และสถานีเรดาร์ตรวจการณ์
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบ AH-64 Apache ของกองทัพบกสหรัฐฯ ตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน โดยทรัมป์กล่าวหาอิหร่านว่าเป็นผู้ยิงเครื่องตก และประกาศว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องตอบโต้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ซึ่งติดตามการสอบสวน เปิดเผยกับเอพีว่า เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวชนกับโดรนของอิหร่านก่อนตก แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการชนดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุหรือเกิดจากการกระทำโดยเจตนา
กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ ระบุว่า นักบินทั้งสองนายได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย โดยใช้เรือไร้คนขับเข้าช่วยเหลือ ก่อนลำเลียงตัวออกจากพื้นที่ด้วยเฮลิคอปเตอร์อีกลำหนึ่ง
หลังการโจมตีของสหรัฐฯ อิหร่านได้ยิงตอบโต้ไปยังบาห์เรนและคูเวต ทำให้ทั้งสองประเทศต้องประกาศเตือนภัยและใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัดกั้น ขณะเดียวกัน อิหร่านยังอ้างว่าได้โจมตีฐานทัพในจอร์แดนที่มีกำลังทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่ด้วย แม้ทางการสหรัฐฯ และจอร์แดนยังไม่ได้ยืนยันข้อมูลดังกล่าวก็ตาม
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า กองกำลังอิหร่านจะไม่ปล่อยให้การโจมตีหรือการคุกคามใดๆ ผ่านไปโดยไม่ตอบโต้ พร้อมเรียกร้องให้กองกำลังต่างชาติถอนตัวออกจากภูมิภาคหากต้องการความปลอดภัย
สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น และต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความพยายามผลักดันข้อตกลงสันติภาพถาวรยังไม่ประสบความสำเร็จ.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส