อ้างเหตุผลความมั่นคง ทรัมป์แบนรถ “โพลสตาร์” ของจีน
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : รัฐบาลทรัมป์เพิ่มแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมรถยนต์จีน โดยสั่งห้ามขาย “โพลสตาร์” รถยนต์ไฟฟ้าที่มีบริษัทจีนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง
โพลสตาร์ (Polestar) เปิดเผยเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ปฏิเสธการอนุมัติให้บริษัทจำหน่ายรถยนต์ภายใต้กฎ Connected Vehicles Rule ส่งผลให้รถยนต์โพลสตาร์รุ่นปี 2027 เป็นต้นไป ไม่สามารถจำหน่ายในสหรัฐฯ ได้อีกต่อไป
กฎดังกล่าว ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน และยังคงมีผลบังคับใช้ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีเป้าหมายจำกัดการนำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ที่ใช้ระบบเชื่อมต่อข้อมูลซึ่งพัฒนาโดยบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับจีน เนื่องจากกังวลว่าระบบต่างๆ เช่น บลูทูธ ไวไฟ เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และการสื่อสารผ่านดาวเทียมบางประเภท อาจถูกใช้เก็บข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของผู้ใช้ในสหรัฐฯ
มาตรการดังกล่าวถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่มแรงกดดันต่อรถยนต์จากจีน หลังจากก่อนหน้านี้ได้ปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีน และมีความพยายามผลักดันกฎหมายให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ภายในประเทศ
โพลสตาร์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในสวีเดน แต่มีบริษัท จีลี่ โฮลดิง กรุ๊ป (Geely Holding) ของจีน เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ระบุว่าจะไม่ยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน และจะยังคงจำหน่ายรถรุ่น Polestar 3 และ Polestar 4 ที่มีจำหน่ายอยู่ในสหรัฐฯ ต่อไป พร้อมให้บริการหลังการขายตามปกติ
ข้อมูลของบริษัทโพลสตาร์ระบุว่า ยอดขายทั้งหมดในไตรมาสแรกปีนี้ มีเพียง 6 เปอร์เซ็นต์ที่มาจากตลาดสหรัฐฯ ขณะที่ 78 เปอร์เซ็นต์มาจากยุโรป สะท้อนว่าบริษัทพึ่งพาตลาดยุโรปมากกว่าสหรัฐฯ อย่างชัดเจน โดยผู้บริหารของโพลสตาร์ บอกว่าจะหันไปให้ความสำคัญกับตลาดยุโรปมากขึ้น โดยมีแผนผลิตรถรุ่น Polestar 7 ในยุโรป.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส