เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2026 นายต่อ ศรลัมพ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ได้ยื่นพระราชสาส์นตราตั้งต่อ ฯพณฯ นายมิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ที่ทำเนียบประธานาธิบดี กรุงเนปยีดอ โดยมีนางสิริกมล ศรลัมพ์ ภริยาร่วมในพิธีด้วยถือขั้นตอนสำคัญทางการทูตทำให้นายต่อ ศรลัมพ์ สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเอกอัครราชทูตไทยประจำเมียนมาได้อย่างสมบูรณ์
ในโอกาสดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือและความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง การค้า การลงทุน แรงงาน รวมทั้งความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศและอาเซียน
หนังสือพิมพ์ The Global New Light of Myanmar (GNLM) ซึ่งเป็นสื่อภาษาอังกฤษของรัฐบาลเมียนมา ได้นำเสนอข่าวนี้เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2026 ว่า นายต่อ ศรลัมพ์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรไทยประจำสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้ยื่นพระราชสาส์นตราตั้งต่อ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ณ ห้องรับรอง Presidential Palace Reception Hall กรุงเนปยีดอ เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 28 สิงหาคม
โดยข่าวบรรยายว่าเอกอัครราชทูตไทยเดินทางถึงห้องรับรองเกียรติยศของทำเนียบประธานาธิบดี ทำความเคารพธงชาติสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและราชอาณาจักรไทย พร้อมรับการทำความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ ซึ่งบรรเลงเพลงชาติของทั้งสองประเทศ จากนั้น เอกอัครราชทูตไทยได้ยื่นพระราชสาส์นตราตั้งต่อประธานาธิบดี มิน อ่อง ไลง์
จากนั้น ประธานาธิบดีและเอกอัครราชทูตได้หารือกันอย่างเป็นมิตรเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนไมตรีในระดับรัฐระหว่างเมียนมากับไทย การเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตอันดี มิตรภาพและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ตลอดจนความสัมพันธ์ฉันเพื่อนบ้านที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
“ความเข้าใจซึ่งกันและกันและความสัมพันธ์ฉันเพื่อนบ้านที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ เป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้ระหว่างเมียนมากับไทย” ข่าวระบุ
ขณะเดียวกัน สำนักประชาสัมพันธ์ของทำเนียบประธานาธิบดีเมียนมา ได้เผยแพร่วิดีโอพิธีสำคัญนี้เช่นกัน โดยคำบรรยาย (ภาษาเมียนมา) ถอดความได้ว่ารัฐบาลเมียนมา ได้ให้ความเห็นชอบต่อการแต่งตั้งนายต่อ ศรลัมพ์ ให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย และบรรยายประวัติของเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรไทย ว่า สำเร็จปริญญาตรี อักษรศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกภาษาเยอรมัน พร้อมสำเร็จปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยวอร์วิก (University of Warwick) สหราชอาณาจักร เริ่มรับราชการในกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อปี 1996 และเคยปฏิบัติหน้าที่นครโฮจิมินห์, ซิดนีย์, บูดาเปสต์ และตำแหน่งสุดท้ายคือกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส.