เตรียมเจ็บเพิ่ม! สงครามทรัมป์ดันดีเซลทะลุ 6 ดอลลาร์แล้ว
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ราคาดีเซลทั่วสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ เฉลี่ยทะลุ 6 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ผลจากสงครามกับอิหร่านที่กระทบแหล่งพลังงานและการขนส่งน้ำมันโลก ส่อดันราคาอาหารและสินค้าต่างๆ ที่สูงเป็นประวัติการณ์อยู่แล้ว ให้สูงขึ้นไปอีก
รายงานเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ของ AAA ชี้ว่า ราคาดีเซลเฉลี่ยทั่วสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 6.05 ดอลลาร์ต่อแกลลอน จาก 5.85 ดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ก่อน และ 3.70 ดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นราคาสูงสุดสร้างสถิติใหม่ ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินเกรดธรรมดาเฉลี่ยอยู่ที่ 4.29 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
ราคาดีเซลที่พุ่งขึ้นมีผลโดยตรงต่อค่าขนส่งสินค้า เพราะรถบรรทุก รถไฟ เครื่องจักรการเกษตร เรือประมง และระบบกระจายสินค้าจำนวนมากต้องใช้ดีเซล โดยเฉพาะอาหารสด เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ และอาหารที่ต้องแช่เย็น ซึ่งต้องขนส่งและเติมสินค้าอยู่ตลอด ซึ่งผู้บริโภคทั่วประเทศจะต้องรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้านี้
องค์กร Independent Grocers Alliance ซึ่งเป็นเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตอิสระประมาณ 7,500 แห่งทั่วโลก ประเมินว่า ต้นทุนเชื้อเพลิงมีสัดส่วนประมาณ 15-30 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนอาหาร ขณะที่เดวิด ออร์เตกา ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตต ระบุว่าในระยะแรก ผู้ประกอบการบางส่วนอาจดูดซับต้นทุนไว้เอง แต่ที่สุดแล้ว ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นก็จะถูกส่งต่อถึงผู้บริโภค
ราคาดีเซลปัจจุบันสูงกว่าช่วงก่อนสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ โดยมีสาเหตุสำคัญจากปัญหาการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการติดขัดของเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และน้ำมันดิบสหรัฐฯ ก็กลับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้งในสัปดาห์นี้
สถานการณ์ยิ่งตึงตัวหลังสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) รายงานว่า การผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในเดือนสิงหาคมลดลงเหลือประมาณ 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำที่สุดในรอบกว่า 30 ปี หลังกลุ่มฮูตีโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ขณะที่สงครามยูเครนก็กระทบโรงกลั่นของรัสเซียจนการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลงอย่างหนัก
ประเด็นราคาน้ำมันที่กำลังสูงขึ้นเพราะสงครามที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะยุติ กำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อคะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยล่าสุด ทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า ราคาน้ำมันจะลดลงอย่างรวดเร็วหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน เพราะเขาเชื่อว่าอิหร่านจะไม่สามารถยื้อสถานการณ์ต่อไปได้นานกว่านั้น
สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ Amazon เริ่มเก็บค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงและโลจิสติกส์ชั่วคราว 3.5 เปอร์เซ็นต์จากผู้ขายภายนอกบางรายตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะที่ UPS, FedEx และไปรษณีย์สหรัฐฯ เพิ่มค่าธรรมเนียมพัสดุบางประเภท
ปัญหาที่เป็นผลกระทบจากสงครามของทรัมป์ยังลามไปทั่วโลก โดยราคาดีเซลนับจากปลายเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้นมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ในไนจีเรีย เกือบ 87 เปอร์เซ็นต์ในอินโดนีเซีย และ 80 เปอร์เซ็นต์ในเลบานอน ขณะที่ราคาดีเซลเฉลี่ยในไนจีเรียอยู่ที่ประมาณ 4.95 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ส่วนฮ่องกงสูงถึง 17.78 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
แนวโน้มราคาพลังงานอาจยังตึงตัวต่อเนื่อง โดย S&P Global Energy ประเมินว่า การผลิตน้ำมันดิบในตะวันออกกลางอาจยังไม่กลับสู่ระดับก่อนสงครามภายในสิ้นปี 2027 เพราะปัญหาด้านความปลอดภัยและการขนส่งยังคงจำกัดปริมาณน้ำมันที่ออกสู่ตลาดโลก.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส