ข่าวคนไทยในอเมริกา
บทความ : ทรัมป์ใช้ตำแหน่งประธานาธิบดีหาเงิน 1.4 พันล้านดอลลาร์ได้อย่างไร

โดย : ทีมข่าวสยามทาวน์ยูเอส


“ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่เคยตั้งคำถามว่าเขาจะทำอะไรเพื่อประเทศชาติได้บ้าง ตลอดวาระที่สองของเขา เช่นเดียวกับวาระแรก ทรัมป์กลับกำลังทดสอบขอบเขตว่า ประเทศนี้สามารถทำอะไรให้เขาได้มากแค่ไหน”

นั่นคือประโยคเปิดเรื่องของบทความ “ความคิดเห็น” ที่เหล่าบรรณาธิการฝ่ายต่างๆ ของนิวยอร์กไทมส์ (The New York Times Editorial Board) เห็นชอบตรงกัน ผ่านการประชุม ถกเถียง และพิจารณาข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อให้เป็น “ท่าทีของสถาบัน” มากกว่าความเห็นส่วนบุคคล

“ความคิดเห็น” ที่ตีพิมพ์ในนิวยอร์กไทมส์ เมื่อ 21 มกราคม 2026 นี้ ทีมข่าวสยามทาวน์ยูเอส อ่านแล้วเห็นว่าเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ผู้อ่านคนไทยจำนวนมากอาจจะยังไม่เคยเข้าถึง จึงขออนุญาตแปล (แบบไม่ตัดต่อ-เสริมแต่ง) มานำเสนอที่นี่อีกครั้ง.... ดังนี้..

……

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่เคยตั้งคำถามว่าเขาจะทำอะไรเพื่อประเทศชาติได้บ้าง ตลอดวาระที่สองของเขา เช่นเดียวกับวาระแรก ทรัมป์กลับกำลังทดสอบขอบเขตว่า ประเทศนี้สามารถทำอะไรให้เขาได้มากแค่ไหน

เขาทุ่มเทพลังและความคิดสร้างสรรค์ทั้งหมดไปกับการใช้ตำแหน่งประธานาธิบดีเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว เพื่อค้นหาว่าผู้คน บริษัทเอกชน และรัฐบาลต่างชาติ พร้อมจะควักเงินเข้ากระเป๋าเขามากเพียงใด เพื่อแลกกับการชักนำอำนาจรัฐให้ตอบสนองต่อผลประโยชน์ของพวกเขา

จากการตรวจสอบของกองบรรณาธิการ โดยอ้างอิงการวิเคราะห์จากสื่อหลายสำนัก พบว่าทรัมป์ใช้ตำแหน่งประธานาธิบดีทำเงินได้อย่างน้อย 1.4 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้เป็นเพียงขั้นต่ำ เพราะรายได้บางส่วนยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ และรายได้เหล่านี้ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความกระหายเงินของทรัมป์เป็นไปอย่างโจ่งแจ้ง สวนทางกับประวัติศาสตร์ของประเทศ ที่ประธานาธิบดีจากทั้งสองพรรคต่างพยายามหลีกเลี่ยงแม้แต่ “ภาพลักษณ์” ของการแสวงหากำไรจากการรับใช้สาธารณะ แต่ประธานาธิบดีคนนี้กลับรีดผลประโยชน์จากบรรษัทอเมริกันอย่างไม่ปิดบัง อวดอ้างของขวัญจากรัฐบาลต่างชาติ และเฉลิมฉลองการพอกพูนอย่างรวดเร็วของทรัพย์สินส่วนตัว

เมื่อประธานาธิบดีแฮร์รี ทรูแมน พ้นจากตำแหน่งในปี 1953 เขาไม่มีแม้รถยนต์ส่วนตัว เขาและภรรยานั่งรถไฟกลับรัฐมิสซูรี และใช้ชีวิตอยู่ช่วงหนึ่งด้วยเงินบำนาญจากกองทัพ ทรูแมนปฏิเสธงานทุกอย่างที่เขามองว่าเป็นการนำตำแหน่งสาธารณะไปหากิน โดยกล่าวว่า “ผมรู้ว่าพวกเขาไม่ได้ต้องการจ้างแฮร์รี ทรูแมน แต่ต้องการจ้างอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ” ขณะที่ทรัมป์เคยประกาศว่า เมื่อพ้นตำแหน่ง เขาจะนำเครื่องบินโบอิ้ง 747 มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นของขวัญจากกาตาร์ ไปจัดแสดงไว้ที่หอสมุดประธานาธิบดีของเขา

การประเมินครั้งนี้ มุ่งเน้นเฉพาะผลประโยชน์ที่มีหลักฐานชัดเจนเท่านั้น ตัวเลข 1.4 พันล้านดอลลาร์จึงเป็นเพียงขั้นต่ำ ไม่ใช่ยอดรวมทั้งหมด มีความเป็นไปได้สูงว่าทรัมป์จะทำกำไรเพิ่มอีกหลายร้อยล้านดอลลาร์จากธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซีในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งครอบครัวทรัมป์เองก็ยอมรับ เมื่อ ไฟแนนเชียล ไทมส์ สอบถาม เอริก ทรัมป์ บุตรชายเกี่ยวกับการประเมินมูลค่ากำไรคริปโทของครอบครัว เขาตอบว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่าที่สื่อคาดไว้ด้วยซ้ำ

การคำนวณนี้ยังไม่รวมช่องทางอื่นๆ ที่ประธานาธิบดีได้รับบริจาคจากผู้แสวงหาอิทธิพล แลกกับผลประโยชน์ทางการเมือง รวมถึงเงินสำหรับโครงการปรับปรุงทำเนียบขาวที่เขาวางแผนไว้ ระหว่างการปิดหน่วยงานรัฐบาล ทรัมป์ถึงกับใช้เงินบริจาคจากเอกชนเพื่อผลักดันวาระนโยบายของตนเอง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ประธานาธิบดีคนก่อนๆ ไม่เคยทำ

ทรัมป์เป็นบุคคลที่มั่งคั่งที่สุดที่เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยู่แล้ว เขาเริ่มวาระที่สองด้วยพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ และถือหุ้นในบริษัทโซเชียลมีเดียหนึ่งแห่ง ซึ่งล้วนได้รับอานิสงส์จากตำแหน่งประธานาธิบดี บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของเขา ทำเงินหลายล้านดอลลาร์จากการให้สิทธิใช้ชื่อ “ทรัมป์” กับโครงการใหม่ในต่างประเทศ แต่ที่โดดเด่นยิ่งกว่าคือกำไรมหาศาลที่ครอบครัวทรัมป์กอบโกยจากการสร้างและขายคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งเปิดช่องให้ผู้ที่ต้องการเอาใจประธานาธิบดีสามารถส่งเงินเข้าถึงตัวเขาได้โดยตรง

เป็นไปไม่ได้ที่จะรู้แน่ชัดว่าบ่อยแค่ไหน ที่ทรัมป์ตัดสินใจเรื่องนโยบายของรัฐโดยมีแรงจูงใจจากความต้องการเพิ่มความมั่งคั่งส่วนตัว อาจจะทั้งหมดหรือแค่บางส่วน และนั่นแหละคือปัญหาโดยแท้จริง 

วัฒนธรรมคอร์รัปชันเป็นสิ่งอันตราย เพราะไม่ใช่แค่การเบี่ยงเบนจากการบริหารประเทศเพื่อประโยชน์สาธารณะเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำลายความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตยด้วย มันบ่อนทำลายความเชื่อมั่นที่ว่า ”ผู้แทนของประชาชนกำลังทำงานเพื่อประชาชน"

อริสโตเติล นักปราชญ์เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน มองเห็นปัญหานี้อย่างชัดเจน และเตือนว่า รัฐบาลที่ผู้นำทำงานเพื่อสร้างความร่ำรวยให้ตนเอง อาจยังเรียกตัวเองว่าสาธารณรัฐ (การปกครองที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน) และอาจยังดำเนินพิธีการต่างๆ ต่อไปได้ แต่เมื่อเป้าหมายของการปกครองเปลี่ยนจากประโยชน์ส่วนรวมไปเป็นผลประโยชน์ส่วนตน โครงสร้างรัฐธรรมนูญก็จะกลายเป็นเพียงเปลือกกลวง และรัฐบาลก็จะไม่ใช่ของประชาชนอีกต่อไป

ความโลภจะค่อยๆ บ่อนทำลายการทำงานของรัฐ เมื่อเจ้าหน้าที่เอื้อให้เกิดการสะสมความมั่งคั่งส่วนบุคคล และยิ่งเลวร้ายกว่านั้น รัฐบาลเช่นนี้ยังทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ผู้คนจะเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงว่า พวกเขาอาศัยอยู่ในสังคมที่กฎหมายถูกเขียนโดยผู้ที่จ่ายแพงที่สุด ผลคือประชาชนจะไม่อยากเคารพกฎหมาย ไม่อยากมีส่วนร่วมทางประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็น การเลือกตั้ง หรือการเสียภาษี สหรัฐฯ กำลังเสี่ยงจะตกเข้าสู่วงจรความสิ้นศรัทธานี้ เมื่อทรัมป์ค่อยๆ คว้านเอาแก่นของสถาบันรัฐไปใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว...

ตัวเลขรายรับอย่างต่ำ 1.4 พันล้านดอลลาร์ของทรัมป์ดังกล่าว คณะบรรณาธิการอ้างอิงจากข้อมูลสาธารณะและการวิเคราะห์ของสำนักข่าวต่างๆ เช่นการประเมินรายได้จากการให้สิทธิใช้ชื่อและคริปโท (มากกว่า 800 ล้านดอลลาร์) มาจากการวิเคราะห์ของรอยเตอร์ส ที่เผยแพร่ในเดือนตุลาคม โดยใช้ข้อมูลจากครึ่งแรกของปี 2025, การประเมินเหรียญมีม $TRUMP และ $MELANIA (รวมกว่าหนึ่งพันล้านดอลลาร์) มาจาก ไฟแนนเชียล ไทมส์ ขณะที่การประเมินสารคดี “Melania” (27–28 ล้านดอลลาร์) มาจากวอลล์สตรีท เจอร์นัล ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับการยุติคดีความและเครื่องบินจากกาตาร์ (ราว 400 ล้านดอลลาร์) มาจาก นิวยอร์กไทมส์ เงินบางส่วนจากการยุติคดีจะถูกนำไปใช้กับหอสมุดประธานาธิบดีของทรัมป์ และผู้ฟ้องร้องรายอื่น

แน่นอนว่าครอบครัวทรัมป์และหุ้นส่วนทางธุรกิจออกมาโต้แย้งตัวเลขบางส่วนอย่างแข็งขัน แต่กองบรรณาธิการเห็นว่าการประเมินของสื่อมีความน่าเชื่อถือมากกว่าคำอ้างของฝ่ายทรัมป์.

……

หมายเหตุสยามทาวน์ฯ : 
บทความของนิวยอร์กไทมส์ เรื่องนี้ เป็นการสรุปรายได้ที่ทรัมป์ใช้ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ หามาในช่วงครึ่งปีแรกของการดำรงตำแหน่งเท่านั้น อีกทั้งเป็นรายได้ที่มีหลักฐานชัดเจน จึงไม่นับรวมรายได้ “สีเทา” อื่นๆ เช่นค่าตอบแทนจากการนิรโทษกรรมนักโทษคดียาเสพติด คอรัปชั่น ฉ้อโกง ฟอกเงิน ฯลฯ จึงไม่มีการนับรวมเป็นรายได้ของทรัมป์ในบทความนี้

นอกจากนี้ ยังรายได้อีก “หมื่นล้านดอลลาร์” ที่ทรัมป์อาจได้รับจากการยื่นฟ้องไออาร์เอส เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (29 มกราคม) ฐานทำข้อมูลการโกงภาษีของเรารั่วไหล เพราะเห็นชัดเจนว่ากระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นกระทรวงที่มี “เด็กทรัมป์” อย่าง แพม บอนดี้ กำกับอยู่ จะต้อง “ประเคน” เงินก้อนนี้ให้เขาอย่างไม่ต้องสงสัย



โดนัลด์ ทรัมป์



 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
30-01-2026 บทความ : ทรัมป์ใช้ตำแหน่งประธานาธิบดีหาเงิน 1.4 พันล้านดอลลาร์ได้อย่างไร (0/19)   
29-01-2026 “ลัดดา” ตอกหน้า “แวนซ์” กรณีเย้ยเป็น “ฟอร์เรสต์ กัมพ์” (0/56)   
28-01-2026 ดอลลาร์ทรุดหนักสุด หลังทรัมป์บอก “ไม่กังวล” (0/38) 
27-01-2026 ส่งหนุ่มไทยคืนสหรัฐ ดำเนินคดี ”ฆ่าคนตาย” (0/47) 
25-01-2026 ร้านไทยในแคลิฟอร์เนียติด “ท็อปร้อย” ของ Yelp (0/65) 

แสดงความคิดเห็น

Name :

Detail :




ฉบับที่
641
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข