อเมริกาและแคลิฟอร์เนีย
ทรัมป์จดลิขสิทธิ์ชื่อตัวเอง เชื่อหากำไรจากเปลี่ยนชื่อสนามบิน

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ความพยายามเปลี่ยนชื่อสนามบินใหญ่อย่างน้อยสองแห่งเป็นชื่อทรัมป์ ทำหลายฝ่ายกังวล หลังครอบครัวทรัมป์แอบจดเครื่องหมายการค้าเกี่ยวข้องหลายรายการ อันจะนำมาซึ่ง “ผลประโยชน์” มหาศาลในอนาคต

เอพี รายงานเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2026 ว่า ทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทในครอบครัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยื่นคำขอจดเครื่องหมายการค้าในสัปดาห์นี้ เพื่อคุ้มครองการใช้ชื่อของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ 

เรื่องนี้มีขึ้นพร้อมๆ กับความพยายามของรัฐฟลอริดาในการเปลี่ยนชื่อสนามบินปาล์มบีช อินเตอร์เนชันแนล เป็นชื่อของ โดนัลด์ ทรัมป์ จึงเป็นเหตุให้สมาชิกสภาบางส่วนตั้งคำถามว่าครอบครัวทรัมป์อาจได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากการเปลี่ยนชื่อสนามบินดังกล่าว

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายของสภาผู้แทนรัฐฟลอริดาเพื่อเปลี่ยนชื่อศูนย์การบินหลักของรัฐทางใต้ ให้เป็น “สนามบินนานาชาติประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์” ผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนน 81 ต่อ 30 เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และเชื่อว่าจะผ่านวุฒิสภา รวมถึงได้รับการลงนามโดยผู้ว่าการรัฐ รอน ดีแซนทิส อย่างแน่นอน

เชฟริน โจนส์ ส.ส.พรรคเดโมแครต กล่าวว่าเขาโหวตสนับสนุนการเปลี่ยนชื่อสนามบิน แต่การจดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าเพื่อหารายได้จากชื่อดังกล่าว เป็นหนึ่งในสองปัจจัยที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจ อีกปัจจัยคือคลิปวิดีโอเหยียดเชื้อชาติที่ทรัมป์รีโพสต์ แสดงให้เห็นพฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติและสีผิวอย่างน่ารังเกียจ จึงไม่ควรมีการตั้งชื่อสนามบินนานาชาติเพื่อเป็นเกียรติกับคนเช่นนี้

โจนส์กล่าวว่า “ไม่มีประธานาธิบดีคนใด ไม่ว่าจะเดโมแครตหรือรีพับลิกัน ควรได้รับผลประโยชน์จากลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าของสนามบิน”

ทั้งนี้ ส.ส.โจนส์รีบยื่นข้อแก้ไขร่างกฎหมายเพื่อห้ามไม่ให้ทรัมป์ ออร์แกไนเซชันได้รับผลกำไรจากเครื่องหมายการค้าโดยชัดเจน แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ผ่าน

เมื่อข่าวนี้เผยแพร่ออกไป โฆษกของทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน ออกมาแถลงว่าทรัมป์และครอบครัวจะไม่รับค่าลิขสิทธิ์หรือค่าธรรมเนียมใดๆ จากการเปลี่ยนชื่อสนามบินปาล์มบีช พร้อมชี้ว่าข้อความในร่างกฎหมายระบุชัดว่าเป็นการใช้แบรนด์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

อย่างไรก็ดี ท่าทีดังกล่าวไม่ได้รวมถึงสนามบินอื่น สถานีรถไฟ หรืออาคารขององค์กรใหญ่อื่นๆ ที่ทรัมป์ทะยอยเปลี่ยนเป็นชื่อของตัวเองมาตั้งแต่เริ่มเข้ารับตำแหน่ง ทำให้การจดลิขสิทธิ์ชื่อ “โดนัลด์ เจ ทรัมป์” หรือ “ดีเจที” อาจเป็นช่องทางหารายได้ให้กับครอบครัวทรัมป์ได้ในอนาคต

จอช เกอร์เบน ทนายความด้านเครื่องหมายการค้า ให้ข้อมูลกับซีเอ็นเอ็นว่า การจดเครื่องหมายการค้าแบบนี้ถือว่าผิดปกติ เพราะศูนย์การบินที่ตั้งชื่อตามผู้นำในอดีต เช่น โรนัลด์ เรแกน จอห์น เอฟ. เคนเนดี หรือ บิล คลินตัน กับ ฮิลลารี คลินตัน ไม่ได้มีการยื่นจดเครื่องหมายการค้าโดยตัวผู้นำหรือครอบครัว

“โดยปกติบุคคลที่ได้รับเกียรติแบบนี้ จะไม่คุ้มครองชื่อของตนในฐานะเครื่องหมายการค้า” เกอร์เบน กล่าว

นอกจากนี้ คำขอจดชื่อทรัมป์ในฐานะเครื่องหมายการค้า ยังครอบคลุมรายการสินค้าและบริการจำนวนมาก เช่น นาฬิกา เครื่องประดับ เสื้อผ้า เหรียญสะสม กิ๊บเนกไท เข็มขัด ร้านอาหาร บริการเช็กกระเป๋า การก่อสร้างสนามบิน และแม้แต่รองเท้าแตะพลาสติกที่บางสนามบินให้ผู้โดยสารใช้ระหว่างผ่านการตรวจของทีเอสเอ

เกอร์เบนระบุว่า “ในเชิงกฎหมาย ทนายที่ร่างคำขอนี้ทำงานได้ดีมาก เพราะเปิดตลาดสินค้าทั้งในสนามบินและนอกสนามบิน และทรัมป์ ออร์แกไนเซชันจะเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า สามารถอนุญาตให้ใครก็ตามผลิตและขายสินค้าได้”

อย่างไรก็ดี ทนายความเกอร์เบน ยอมรับว่า นอกจากการแสวงหากำไรแล้ว การจดเครื่องหมายการค้า ยังอาจมีเหตุผลอื่นด้วย เช่น ป้องกันการละเมิดของบุคคลที่สาม หรือสิทธิในการกำหนดมาตรฐานคุณภาพของแบรนด์ เป็นการป้องกัน “ผู้ไม่หวังดี” จากการนำชื่อไปใช้ในทางที่ผิด

ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้เสนอเปลี่ยนชื่อสนามบินนานาชาติดัลเลส (Dulles) ในกรุงวอชิงตัน ดีซี รวมถึง สถานีเพนน์ ในนิวยอร์ก ให้เป็นชื่อตนเอง ขณะที่ ศูนย์ศิลปะการแสดงเคนเนดี ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น “ทรัมป์ เคนเนดี เซ็นเตอร์” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าจะถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากทายาทตระกูลเคนเนดีก็ตาม

ในกรณีของสนามบินดัลเลส และสนามบินปาล์มบีช นั้น ข่าวบอกว่าหากมีการเปลี่ยนชื่อเป็นสนามบินทรัมป์จริง จะทำให้เกิดความสับสนอย่างมาก เพราะเท่ากับมีสนามบินนานาชาติทรัมป์ถึงสองแห่งในประเทศ.




 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :

Detail :




ฉบับที่
641
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข