นิวยอร์กโพสต์ รายงานเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2026 ว่า การซื้อขายสินค้าผ่านมาร์เก็ตเพลสของ เฟสบุ๊ก เชื่อมโยงกับเหตุรุนแรงหลายคดี รวมถึงคดีฆาตกรรมอย่างน้อยสองรายในช่วงสองเดือนแรกของปีนี้
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม หลังวัยรุ่นชายในรัฐอิลลินอยส์กระหน่ำแทงหญิงตั้งครรภ์วัย 30 ปีถึง 70 ครั้ง ก่อนจุดไฟเผาบ้าน เพราะไม่พอใจรถกระบะปี 1994 ที่ซื้อผ่านมาร์เก็ตเพลสจากสามีของผู้เสียชีวิตก่อนหน้านั้นหนึ่งสัปดาห์ ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างรอขึ้นศาล และยังไม่ได้ให้การรับหรือปฏิเสธข้อหา
ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน คือวันที่ 23 มกราคม อดีตทหารนาวิกโยธินและศาสนาจารย์วัย 42 ปี ถูกยิงเสียชีวิตในบ้านที่รัฐมิสซูรี หลังลงประกาศขายโทรศัพท์มือถือ มีการจับกุมผู้ต้องหา 4 รายและตั้งข้อหาฆาตกรรมระดับสอง โดยหนึ่งในผู้ต้องหาเคยติดต่อซื้อโทรศัพท์ของผู้ตายที่ประกาศผ่านเฟสบุ๊กมาร์เก็ตเพลส
นักวิเคราะห์ระบุว่าฟีเจอร์ซื้อขายนี้มีผู้ใช้มากกว่าพันล้านบัญชีต่อเดือน จึงมักมีปัญหาหลอกลวง ปล้นทรัพย์ และเหตุรุนแรงปะปนอยู่เสมอ โดยปีที่ผ่านมา มีเหตุร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับ “ดีล” ผ่านเฟสบุ๊กมาร์เก็ตเพลส มากมาย โดยคดีที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุด คือคดีที่วัยรุ่นอายุ 18 ปี ที่ถูกยิงเสียชีวิตในปี 2023 ระหว่างไปช่วยเพื่อนดูรถมือสองจากประกาศขายในมาร์เก็ตเพลส
คู่รักในรัฐมิสซูรีก็ถูกจี้ด้วยอาวุธปืน ขณะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าไปส่งผู้ซื้อที่ติดต่อผ่านแพลตฟอร์ม ก่อนพบว่ามีเหยื่อรายอื่นเคยถูกคนร้ายรายเดียวกันก่อเหตุ
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์จากมหาวิทยาลัยเบนท์ลีย์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ระบุว่า คนร้ายมักใช้บัญชีปลอมและเลือกสถานที่นัดพบที่เปลี่ยว เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ พร้อมวิจารณ์ว่าแพลตฟอร์มควรใช้ระบบเอไอ เพื่อตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยงได้มากกว่านี้
ข่าวอ้างข้อมูลจากสำนักงานตำรวจนครนิวยอร์ก (เอ็นวายพีดี) ว่าในปี 2024 มีคดีปล้นทรัพย์ 9 คดี ที่ใช้ประกาศปลอมผ่านเฟสบุ๊กมาร์เก็ตเพลส เพื่อล่อเหยื่อไปปล้นยังย่านบรองซ์และควีนส์
โพสต์บอกด้วยว่าประเด็นความปลอดภัยของเฟสบุ๊กมาร์เก็ตเพลส เริ่มถูกจับตาในระดับนโยบาย หลัง เจสัน แซททิซาห์น อดีตนักวิจัยด้านความปลอดภัยของเมตา ซึ่งกลายเป็นผู้เปิดโปงข้อมูลภายในของเฟซบุ๊ก (Facebook whistleblower) ได้เข้าให้การต่อคณะอนุกรรมาธิการของวุฒิสภา เมื่อเดือนกันยายน ปี 2025 โดยเตือนว่าแพลตฟอร์มซื้อขายขนาดใหญ่แห่งนี้ ก่อความเสียหายต่อผู้ใช้ทั้งด้านทรัพย์สินและความปลอดภัย รวมถึงการคุกคามทางเพศ การทำร้ายร่างกาย ลักพาตัว กระทั่งฆาตกรรม ทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติเริ่มพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มลักษณะนี้เข้มงวดขึ้น.
งานวิจัยของแซททิซาห์น ที่นำเสนอต่อคณะอนุกรรมาธิการฯ ยังพบว่าร้อยละ 9 ของผู้ใช้รายงานว่ามีประสบการณ์เชิงลบกับแพลตฟอร์มภายในหนึ่งเดือนก่อนวันเข้าให้การ
ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้เฟสบุ๊กปรับปรุงกระบวนการยืนยันตัวตนผู้ใช้ให้รัดกุมขึ้น เพิ่มข้อมูลด้านความปลอดภัย และใช้เอไอวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อตรวจจับการซื้อขายปลอม หรือพฤติกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ ซึ่งอาจช่วยลดความรุนแรงได้
อย่างไรก็ตาม ในรอบปีที่ผ่านมา บริษัทแม่ของเฟสบุ๊กคือ เมตา ทำเพียงออกคำแนะนำผู้ใช้ว่า ควรยกเลิกการซื้อขายทันที หากพบพฤติกรรมน่าสงสัย และให้รายงานบัญชีต่อแพลตฟอร์มทันที.