การบริจาคอวัยวะพุ่ง หลังเริ่มเก็บเกี่ยวเมื่อหัวใจหยุดเต้น
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : การบริจาคอวัยวะในสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนครั้งใหญ่ หลังเลิกกฎต้องรอจน “สมองตาย” มาเป็นเริ่มเก็บเกี่ยวได้หลัง “หัวใจหยุดเต้น” ซึ่งเพิ่มโอกาสปลูกถ่ายสำเร็จสูงขึ้น ท่ามกลางความสับสนและคำถามด้านความแม่นยำของระบบ
เอพี รายงานเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026 ว่าปริมาณการบริจาคอวัยวะในสหรัฐฯ กำลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากมีการปรับกฎข้อบังคับจากเดิม ที่ให้เริ่มกระบวนการเก็บเกี่ยวอวัยวะหลังจากผู้บริจาคมีอาการสมองตายแล้ว มาเป็นการเก็บเกี่ยวหลังผู้บริจาคมีอาการหัวใจหยุดเต้น
โดยการบริจาคหลังหัวใจหยุดเต้น หรือ donation after circulatory death (DCD) นั้น คิดเป็นร้อยละ 49 ของผู้บริจาคที่เสียชีวิตทั้งหมดในปีที่ผ่านมา เพิ่มจากเพียงร้อยละ 2 เมื่อปี 2000
ทั้งนี้ ระบบใหม่จะช่วยแก้ปัญหาการเสื่อมของอวัยวะระหว่างที่หัวใจกำลังหยุดเต้น ทำให้การปลูกถ่ายอวัยวะเพิ่มขึ้นในช่วงที่อเมริกากำลังขาดแคลนอวัยวะอย่างหนัก โดยข่าวบอกว่าขณะนี้ มีผู้รอปลูกถ่ายอวัยวะมากกว่า 100,000 คน ขณะที่มีการปลูกถ่ายอวัยวะเพียง 49,000 ครั้งเมื่อปีที่ผ่านมา จึงมีผู้เสียชีวิตระหว่างรอหลายพันรายต่อปี
อย่างไรก็ดี ข่าวบอกว่าการบริจาคแบบดีซีดีนั้น พบมากในบางภูมิภาคเท่านั้น ทั้งนี้เพราะวิธีนี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง เนื่องจากยังมีความกังวลเกี่ยวกับ “สัญญาณชีวิต” ที่อาจจะยังมีอยู่หลังหัวใจหยุดเต้น จึงทำให้ความเชื่อมั่นต่อระบบดีซีดี สั่นคลอน
ข่าวบอกว่าขณะนี้ รัฐบาลกลาง และองค์กรไม่หวังผลกำไรที่ทำหน้าที่จัดหาอวัยวะสำหรับปลูกถ่ายผู้ป่วย กำลังพัฒนามาตรการป้องกันเพิ่มเติม เพื่อให้การบริจาคอวัยวะแบบ ดีซีดี ได้รับการยอมรับมากขึ้น
ปัจจุบันนี้ การปลูกถ่ายอวัยวะส่วนใหญ่ยังมาจากผู้เสียชีวิตที่แพทย์ประกาศภาวะสมองตายแล้วเท่านั้น โดยการประกาศดังกล่าวอาจเกิดขึ้นหลังจากผู้ป่วยถูกพยุงด้วยเครื่องช่วยหายใจเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้อวัยวะเกิดการเสื่อมและไม่สามารถนำไปปลูกถ่ายได้
การบริจาคหลังหัวใจหยุดเต้น อาจใช้ในกรณีผู้ป่วยบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นไม่มีทางรอดชีวิต แต่สมองยังไม่หยุดทำงานทั้งหมด และครอบครัวตัดสินใจยุติการรักษาพยุงชีวิต โดยแนวทางของสมาคมศัลยแพทย์ปลูกถ่ายอเมริกัน ระบุว่าแพทย์จะต้องรออย่างน้อย 5 นาที เพื่อยืนยันว่าหัวใจไม่กลับมาเต้น จึงประกาศการเสียชีวิตและเริ่มเก็บเกี่ยวอวัยวะได้.
---
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส