บทความ : เปิดประวัติ 117 ปี “ซานตามอนิก้า เพียร์”
ปัจจุบัน “ซานตามอนิก้า เพียร์” คือสถานที่ท่องเที่ยวระดับหัวแถวของแอลเอ มีชิงช้าสวรรค์และเครื่องเล่นมากมาย มีร้านสายไหม ร้านอาหาร ของที่ระลึก พร้อมการแสดงของศิลปินเปิดหมวกในบรรยากาศสนุกสนานริมทะเล จนมีนักท่องเที่ยวคึกคักแทบทั้งปี
โดย : กัทลีแปลว่ากล้วย
แต่กว่า 117 ปีที่ผ่านมา เพียร์แห่งนี้ผ่านเรื่องราวหลากหลาย ทั้งความรุ่งเรือง ภัยพิบัติ และวิกฤตหลายครั้ง จนเกือบถูกทุบทิ้งมาแล้ว
เชื่อไหม ถ้าจะบอกว่าซานตามอนิก้า เพียร์ กำเนิดขึ้นจากการปรึกษาหารือกันของฝ่ายบริหารเมืองซานตามอนิก้า ว่า “จะเอาน้ำเสียของเมืองไปทิ้งที่ไหน?”
ใช่แล้ว… เพียร์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเรื่องอุจจาระและน้ำเสียของเมืองโดยตรง
ข้อมูลขององค์กร Santa Monica Pier Corporation ซึ่งเป็นเอ็นจีโอที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลเพียร์ประวัติศาสตร์แห่งนี้โดยเฉพาะ ระบุว่า เพียร์แรก ถูกสร้างขึ้นในปี 1909 โดยใช้ไม้สร้างขึ้นแบบหยาบๆ ความยาวประมาณ 1,600 ฟุต เพื่อนำท่อน้ำทิ้งออกไปนอกฝั่ง
สิบปีหลังเปิดใช้งาน คือปี 1919 ซานตามอนิก้า เพียร์ ก็เผชิญเหตุไม่คาดฝันครั้งแรก เมื่อประชาชนจำนวนมากมารวมตัวบนเพียร์เพื่อชมเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่มาเยือน โดยไม่มีใครรู้ว่าโครงสร้างไม่ได้รองรับน้ำหนักขนาดนั้น อีกทั้งบางส่วนของฐานและเสาเริ่มผุกร่อนจากไอทะเล
เหตุการณ์ “เพียร์ถล่ม” ครั้งนั้น ทำให้ต้องปิดซ่อมนานหลายปี มีการเปลี่ยนเสาคอนกรีต และทำการเคลือบไม้เพื่อป้องกันการผุกร่อน และที่สำคัญ เมืองซานตามอนิก้า ได้ยกเลิกระบบท่อน้ำเสียลงทะเลด้วย
ในช่วงทศวรรษ 1920 เมืองริมทะเลแห่งนี้ “บูม” ขึ้นมา มีการก่อสร้าง “ลา โมนิก้า บอลรูม” (La Monica Ballroom) ห้องเต้นรำขนาดใหญ่บนเพียร์ ได้รับความนิยมอย่างมากจนถูกขนานนามว่า “ปราสาทลอยน้ำเหนือมหาสมุทร”
แต่เมื่อเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ในช่วงทศวรรษ 1930 ธุรกิจบันเทิงบนเพียร์ก็ซบเซาลง เครื่องเล่นเกือบทั้งหมดปิดตัว เพราะผู้คนไม่มีเงินเหลือสำหรับความบันเทิงอีกต่อไป
ช่วงเดียวกัน ยังเกิดปัญหา “คาสิโนลอยน้ำ” ซึ่งได้รับความนิยมในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ โดยเรือคาสิโนเหล่านี้จะจอดนอกชายฝั่ง แล้วใช้เรือเล็กรับส่งนักพนัน
ในปี 1938 มาเฟียชื่อดัง “โทนี เดอะ แฮต คอร์เนโร” นำเรือคาสิโนมาจอดห่างชายฝั่งซานตามอนิก้าประมาณ 3 ไมล์ และใช้เพียร์แห่งนี้เป็นจุดรับส่งลูกค้าไปยังบ่อนกลางทะเล
ข่าวใหญ่ในยุคนั้น คือความขัดแย้งของฝ่ายกฎหมาย ที่พยายามบังคับให้เรือคาสิโน ออกห่างจากฝั่งมากขึ้น เหตุลุกลามถึงขึ้นที่เจ้าหน้าที่จะเข้ายึดเรือ แต่ลูกเรือของคอร์เนโรใช้สายฉีดน้ำแรงดันสูงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ จนเกิดการเผชิญหน้าที่กินเวลาถึง 8 วัน ก่อนที่คอร์เนโรจะยอมจำนน
มาถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เพียร์ถูกใช้เพื่อภารกิจด้านอาหาร โดยมีการขนปลาสดจำนวนมากมาลงที่เพียร์ ก่อนส่งต่อด้วยรถบรรทุกเพื่อเลี้ยงทหารและประชาชน
อย่างไรก็ตาม การใช้งานหนักทำให้โครงสร้างเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว จนในเดือนตุลาคม 1942 เมืองซานตามอนิก้าปฏิเสธรับสินค้าประมงเพิ่มเติม เพราะกังวลว่าเพียร์จะพัง
กัปตันเรือประมงหลายคนจึงประท้วงด้วยการเทปลาที่จับได้ลงทะเล ส่งผลให้น้ำบริเวณเพียร์เต็มไปด้วยซากปลาตายและเกิดมลพิษอย่างหนัก
เดือดร้อนถึงรัฐบาลกลางในสมัยของประธานาธิบดีรูสเวลต์ ต้องเข้ามาช่วยเสริมโครงสร้างเพียร์ เพื่อให้สามารถใช้งานต่อได้โดยไม่พังถล่ม
หลังสงคราม โลกบันเทิงกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงปลายทศวรรษ 1940 และ 1950 ที่มีการจัดการแสดงดนตรีมากมายในลา โมนิก้า บอลรูม
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป พื้นที่หลายส่วนของเพียร์เริ่มทรุดโทรม เจ้าหน้าที่เมืองบางส่วนมองว่าพื้นที่ดังกล่าว “เสื่อมโทรม” และ “ดูไม่สวยงาม” กระทั่งถึงปี 1972 สภาเมืองซานตามอนิก้า ลงมติให้รื้อถอนเพียร์ทั้งหมด!
ดีที่ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง และรวมตัวคัดค้านอย่างหนัก จนสุดท้ายเมืองต้องยกเลิกแผนทุบทิ้ง และในปี 1975 ยังมีการลงประชามติให้อนุรักษ์ซานตามอนิก้า เพียร์ ในฐานะสถานที่ประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์ของชุมชนเอาไว้ตลอดไป
อย่างไรก็ตาม ปัญหายังไม่จบลงง่ายๆ
ในปี 1983 พายุฤดูหนาวรุนแรงซัดคลื่นสูงกว่าสิบฟุตเข้าสู่ชายฝั่งซานตามอนิก้า เมื่อพายุสงบลง พบว่าพื้นที่ชั้นล่างของเพียร์หายไปเกือบทั้งหมด
ระหว่างการซ่อมแซม ยังเกิดพายุลูกใหม่พัดเครนก่อสร้างตกลงทะเล ก่อนคลื่นจะลากเครนไปกระแทกเสาเพียร์ซ้ำๆ จนกลายเป็นเหมือน “ค้อนยักษ์” ทำลายโครงสร้างเพิ่ม
ท้ายที่สุด กว่าหนึ่งในสามของเพียร์ถูกทำลายจนหมด
เมืองจึงเริ่มโครงการก่อสร้างครั้งใหญ่ พร้อมออกแบบเพียร์ใหม่ให้มีสวนสนุกอยู่เหนือชายหาดและผืนน้ำ
กระทั่งปี 1996 สวนสนุก “แปซิฟิก พาร์ค” (Pacific Park) เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ และซานตามอนิก้า เพียร์ ก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก รวมถึงมีการติดป้าย “ปลายทาง Route 66” ถนนประวัติศาสตร์อันโด่งดังที่เห็นกันในวันนี้ด้วย
ปัจจุบันนี้ ซานตามอนิก้า เพียร์ มีทัวร์เดินชมประวัติศาสตร์ “A Walk Through Pier History” ทุกวันเสาร์–อาทิตย์ และรอบพระอาทิตย์ตกในวันจันทร์ สำหรับผู้สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหลังของ “แลนด์มาร์ก” ริมทะเลแห่งนี้ โดยสามารถจองผ่านเว็บไซต์ของเพียร์ได้โดยตรง. (คลิก)
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส