สหรัฐฯ เพิ่มไทยเข้าบัญชีเฝ้าระวังค่าเงิน
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ไทยออกมาตรการกำกับดูแลการซื้อขาย “ทองคำ” ออนไลน์ สกัดพฤติกรรมการเก็งกำไรที่อาจซ้ำเติมความผันผวนของค่าเงินบาท หลังสหรัฐฯ เพิ่ม “ไทยแลนด์” ในบัญชีเฝ้าระวังบิดเบือนค่าเงินร่วมกับอีกเก้าประเทศ
เอเอฟพี รายงานเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2026 ว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เพิ่มประเทศไทยเข้าในบัญชีเฝ้าระวังการบิดเบือนค่าเงิน (currency manipulators) เป็นประเทศล่าสุด โดยระบุในรายงานประจำปีฉบับล่าสุดว่าการดำเนินนโยบายด้านอัตราแลกเปลี่ยนและนโยบายเศรษฐกิจมหภาคของไทย อยู่ในข่ายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังระบุว่า จากการประเมินสถานการณ์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2024 ถึงครึ่งแรกของปี 2025 ไม่พบประเทศคู่ค้ารายใหญ่รายใดเข้าข่ายบิดเบือนค่าเงิน
ประเทศไทยถือเป็นประเทศล่าสุดที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง โดยประเทศที่อยู่ในบัญชีก่อนหน้านี้คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ เวียดนาม เยอรมนี ไอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ โดยระบุว่าจีนยังคง “โดดเด่น” ที่สุดในกลุ่มประเทศคู่ค้ารายใหญ่ จากการขาดความโปร่งใสด้านนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ มุ่งพิจารณาประเทศที่มีดุลการค้าเกินดุลในระดับสูงกับสหรัฐฯ รวมถึงประเทศที่มีการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันทางการค้า
ต่อมา น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุในวันเดียวกันว่า แม้สหรัฐฯ จะเพิ่มประเทศไทยเข้าไปอยู่ในรายชื่อประเทศที่ถูกจับตา แต่ไทยยังมีขีดความสามารถในการดูแลและบริหารค่าเงินบาท และว่า ธปท. ได้ติดต่อสื่อสารกับกระทรวงการคลังสหรัฐอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
เหตุที่ไทยถูกสหรัฐฯ “จับตา” ว่าอาจบิดเบือนค่าเงินนั้น น.ส.ชญาวดีอธิบายว่าเป็นเพราะไทยมีดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลในระดับสูง
ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยยังประกาศมาตรการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อสกัดพฤติกรรมการเก็งกำไรที่อาจซ้ำเติมความผันผวนของค่าเงินบาทด้วย โดยมาตรการดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง ส่งผลให้นักลงทุนไทยเร่งขายทองคำเพื่อนำเงินตราต่างประเทศกลับเข้าประเทศ ซึ่งเพิ่มแรงกดดันให้เงินบาทแข็งค่า
กฎเกณฑ์ใหม่ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2026 แพลตฟอร์มซื้อขายทองคำออนไลน์จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการชำระบัญชีและการรายงานข้อมูลที่เข้มงวดขึ้น อาทิ การห้ามชำระบัญชีแบบหักกลบ (net settlement) การห้ามขายชอร์ต และกำหนดให้นักลงทุนสามารถขายได้เฉพาะทองคำที่มีอยู่จริงเท่านั้น ซึ่งมาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความโปร่งใสของตลาด ให้การซื้อขายมีสินทรัพย์จริงรองรับ และจำกัดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม
ธปท. ยังระบุเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นไป จะกำหนดเพดานมูลค่าการซื้อขายทองคำออนไลน์ที่อ้างอิงเงินบาทไว้ที่ ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามโดยรวมในการควบคุมแรงกดดันต่อค่าเงินบาทที่ธนาคารมองว่ายังไม่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจที่แท้จริงของประเทศ.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส