ข่าวคนไทยในอเมริกา
ขอ “คนแก่” ช่วยลดหนี้ชาติ ยืดเวลาเกษียณหนึ่งปี

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : “ดร.ออซ” เสนอคนอเมริกันชะลอเกษียณอีก 1 ปี เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ, ประคองเมดิแคร์ และเงินโซเชียลฯ รวมถึงช่วยลดหนี้ประเทศที่กำลัง “กระฉูด”

Investopedia เว็บไซต์ด้านการเงินและการลงทุนของสหรัฐฯ เสนอข่าวเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026 เกี่ยวกับแนวคิดให้ชาวอเมริกัน “ทำงานนานขึ้น” ที่กลับมาเป็นประเด็นถกเถียงอีกครั้ง หลัง ดร.เมห์เมต ออซ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดร.ออซ ผู้บริหารศูนย์บริการเมดิแคร์-เมดิเคด (Centers for Medicare & Medicaid Services :CMS) เสนอว่า หากชาวอเมริกันเลื่อนการเกษียณออกไปอีกเพียงหนึ่งปี จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาปัญหาการเงินของโครงการเมดิแคร์ และเงินประกันสังคม (Social Security) ได้

โดย ดร.ออซ คนสนิทที่ประธานาธิบดีทรัมป์ แต่งตั้งให้ทำหน้าที่กำกับ ดูแล และบริหารโครงการประกันสุขภาพของรัฐบาล ระบุว่า ทุกวันนี้ ชาวอเมริกันจำนวนมากเกษียณก่อนอายุ 65 ปี ซึ่งเป็นวัยเริ่มมีสิทธิรับเมดิแคร์ และก่อนถึงเกณฑ์รับสวัสดิการจากระบบประกันสังคม (Social Security) เต็มจำนวน จึงเสนอว่า หากคนอเมริกันเริ่มทำงานเร็วขึ้น 1 ปีหลังจบมัธยม หรือทำงานต่ออีก 1 ปีก่อนเกษียณ จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์

“คนอเมริกันจำนวนมากยังแข็งแรง มีพลัง และควบคุมอนาคตตัวเองได้ หากเราปรับช่วงเวลาการทำงานเพียงเล็กน้อย ก็จะสร้างผลดีมหาศาลต่อประเทศ” เขากล่าว

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยด้านการเกษียณของบอสตัน คอลเลจ ระบุว่า ในปี 2024 อายุเกษียณเฉลี่ยของผู้หญิงอยู่ที่ 62.6 ปี และผู้ชายอยู่ที่ 64.6 ปี ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ของเมดิแคร์

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์หลายคนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว หนึ่งในนั้นคือ เทเรซา กิลาร์ดูชชี ศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์จาก The New School (มหาวิทยาลัยเอกชนในนครนิวยอร์ก) ซึ่งได้ศึกษาประเด็นแรงงานสูงวัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเธอให้สัมภาษณ์ว่าการเพิ่มจำนวนแรงงานสูงอายุไม่ได้แปลว่าจะมีผลบวกกับเศรษฐกิจเสมอไป

“ถ้าเพิ่มแรงงานที่ประสิทธิภาพลดลงตามวัย ขณะที่ยังมีคนหนุ่มสาวรอการจ้างงานมากมาย เศรษฐกิจก็ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพจริง” เธอกล่าว พร้อมยกตัวอย่างเชิงเปรียบเทียบว่า “การเอาเด็ก 7 ขวบมาทำงานก็เพิ่มจีดีพีได้ แต่สังคมตัดสินแล้วว่าคุณภาพชีวิตสำคัญกว่าตัวเลขผลผลิตเพียงอย่างเดียว”

แม้แนวโน้มช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา อายุเกษียณเฉลี่ยของชาวอเมริกันจะสูงขึ้นจากอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น, งานใช้แรงลดลง และการปรับอายุเกษียณเต็มจำนวนของสำนักงานประกันสังคม แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีคนจำนวนไม่น้อยที่หยุดทำงานก่อนอายุ 65 ปี ด้วยเหตุผลที่ควบคุมไม่ได้

ผลสำรวจปี 2025 ของศูนย์วิจัยการเกษียณ Transamerica Center for Retirement Studies พบว่า ผู้เกษียณระดับชนชั้นกลาง 54% ออกจากงานด้วยเหตุผลด้านการจ้างงาน เช่น ถูกเลิกจ้างหรือหางานไม่ได้ ขณะที่ 31% ระบุเหตุผลด้านสุขภาพ

ผู้เชี่ยวชาญจึงเตือนว่า การ “ทำงานให้นานขึ้น” อาจเป็นทางเลือกสำหรับบางคนที่ยังไม่มีเงินออมเพียงพอ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนทำได้ง่ายๆ เพราะปัจจัยด้านสุขภาพและตลาดแรงงานเป็นข้อจำกัดสำคัญ

อลิเซีย มันเนลล์ ที่ปรึกษาอาวุโสของศูนย์วิจัยการเกษียณ ระบุในรายงานปี 2025 ว่า การเพิ่มอายุทำงานที่ผ่านมาได้ผลดีระดับหนึ่งแล้ว แต่คงยากจะขยับสูงขึ้นไปอีก หากไม่มีแรงจูงใจใหม่ๆจากภาครัฐ

ข้อเสนอของดร.ออซ ดังกล่าวนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการเงินของประเทศภายใต้การทำงานของรัฐบาลทรัมป์ ทั้งระบบเมดิแคร์, ระบบเงินประกันสังคม รวมถึงหนี้สาธารณะของชาติ ที่อาจพุ่งแตะ 64 ล้านล้านดอลลาร์ภายในอีก 10 ปีด้วย.



ดร.ออซ และประธานาธิบดีทรัมป์



 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส
17-02-2026 คนงานคาสิโน “นับหมื่น” เสี่ยงตกงาน หลังรัฐแบน “แบล็กแจ็ก” (0/27)   
17-02-2026 เปิดรับ “อาสาสมัคร “โอลิมปิกแอลเอ 28” แล้ว (0/17)   
17-02-2026 ทรัมป์เร่งแผน “ถอนสัญชาติ” ผู้ไร้ประโยชน์ต่อประเทศ (0/39)   
17-02-2026 บทความ : แอลเอเปิดทาง “ครัวบ้าน” ขายอาหารถูกกฎหมาย แต่... (0/27)   
16-02-2026 “โรโบแท็กซี่” ของเทสล่า ตัดราคา “Waymo-Uber" กว่าครึ่ง (0/55) 

แสดงความคิดเห็น

Name :

Detail :




ฉบับที่
641
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข