บริการโรโบแท็กซี่ หรือแท็กซี่ไร้คนขับของเทสล่า กำลัง “เขย่าวงการ” รุนแรง แม้ยังไม่ให้บริการเต็มรูปแบบก็ตาม หลังมีรายงานว่า ราคาค่าโดยสารถูกกว่าคู่แข่งอย่าง Waymo, Uber และ Lyft อย่างมาก แม้ว่าผู้โดยสารจะต้องรอรถนานกว่าคู่แข่งหลายเท่าก็ตาม
โดยผลการวิเคราะห์ของแอป Obi ซึ่งรวบรวมข้อมูลราคาและเวลารับผู้โดยสารแบบเรียลไทม์จาก Waymo, Tesla, Uber และ Lyft ระหว่าง 27 พฤศจิกายน 2025 ถึง 1 มกราคม 2026 รวมทั้งสิ้น 94,348 เที่ยวในซานฟรานซิสโก พบว่าค่าโดยสารเฉลี่ยของโรโบแท็กซี่อยู่ที่ 8.17 ดอลลาร์ต่อเที่ยว เฉลี่ยประมาณ 3.2 ดอลลาร์ต่อไมล์ ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำที่สุดที่ Obi ตรวจพบ ขณะที่ Waymo ซึ่งเป็นบริการแท็กซี่ไร้คนขับเช่นเดียวกัน ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 19.69 ดอลลาร์ต่อเที่ยว หรือราว 5.9 ดอลลาร์ต่อไมล์
ขณะที่บริการไรด์แชร์ที่มาพร้อมคนขับนั้น Lyft มีราคาเฉลี่ย 15.47 ดอลลาร์ต่อเที่ยว หรือประมาณ 5 ดอลลาร์ต่อไมล์ และ Uber ที่ 17.47 ดอลลาร์ต่อเที่ยว หรือประมาณ 5.8 ดอลลาร์ต่อไมล์
ความแตกต่างระหว่างเทสล่ากับไรด์แชร์ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อคำนึงถึงระบบ Surge Pricing หรือการปรับขึ้นราคาเมื่อความต้องการใช้รถสูง และการให้ทิปคนขับ
บทวิเคราะห์ของ Obi บอกด้วยว่า Tesla กำลัง “กดราคาตลาด” อย่างหนัก คล้ายยุคเริ่มต้นของ Uber ที่เคยใช้เงินทุนสนับสนุนอัดโปรโมชั่นตัดราคารถแท็กซี่ดั้งเดิม เชื่อว่าจะส่งผลให้คู่แข่งต้องทบทวนระบบการคิดค่าบริการกันอย่างเร่งด่วน เห็นได้จาก Waymo ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกตลาดแท็กซี่ไร้คนขับ กำลังทยอยลดราคาลงจากเดิมที่เคยแพงกว่า Uber และ Lyft ราว 30–40% ปัจจุบันแพงกว่า Uber เฉลี่ย 12.7% และแพงกว่า Lyft 27.3%
ปัจจุบัน Waymo มีรถให้บริการราว 2,000–2,500 คัน ในห้าเมือง คือฟีนิกซ์, ซานฟรานซิสโก, ซิลิคอน แวลเลย์, ออสติน และลอส แอนเจลิส ให้บริการราว 450,000 เที่ยวต่อสัปดาห์ ขณะที่เทสลายังให้บริการจำกัดเฉพาะบางพื้นที่ในซานฟรานซิสโกและออสติน และยังไม่มีใบอนุญาตให้วิ่งแบบไร้คนขับเต็มรูปแบบในรัฐแคลิฟอร์เนีย
แม้ราคาจะดึงดูดใจ แต่ผู้โดยสารโรโบแท็กซี่ของเทสล่าอาจต้องใช้ความอดทนสูง เพราะเวลาเฉลี่ยรอรถในซานฟรานซิสโกอยู่ที่ 15.32 นาที ซึ่งยาวที่สุดในกลุ่ม ขณะที่ Waymo มีเวลารอเฉลี่ยเพียง 5.74 นาที ส่วน Uber อยู่ที่ประมาณ 6-7 นาที
Obi ยังสำรวจความคิดเห็นประชาชน 2,000 คนในรัฐแคลิฟอร์เนีย เนวาดา เท็กซัส และอริโซน่า พบว่าความสบายใจในการใช้โรโบแท็กซี่เพิ่มจาก 35% เป็น 63% โดยกว่าครึ่งเชื่อว่าในอีก 5 ปี โรโบแท็กซี่จะปลอดภัยกว่ารถที่มีคนขับ.