อังกฤษถึงขั้น “ล็อก” ช็อกโกแลต หลังถูกขโมยมากขึ้น
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ตามอเมริกาไปติดๆ ซูเปอร์มาร์เก็ตในสหราชอาณาจักรเริ่มนำช็อกโกแลตแบรนด์ดังใส่กล่องนิรภัย หลังการขโมยสินค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนถูกจัดเป็นสินค้าเป้าหมายของแก๊งอาชญากรรม
เดอะ อินดีเพนเดนท์ รายงานเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 ว่า ช็อกโกแลตยี่ห้อดัง เช่น แคดเบอรี และ ลินด์ท ถูกนำไปใส่กล่องพลาสติกใสติดสัญญาณกันขโมยในร้านค้าหลายแห่งของสหราชอาณาจักร หลังจากช็อกโกแลตเหล่านี้ กลายเป็น “เป้าหมายมูลค่าสูง” ของการลักทรัพย์
ข้อมูลจากสมาคมค้าปลีกอังกฤษ ระบุว่า ปีที่ผ่านมาเกิดเหตุขโมยของในร้านค้าราว 5.5 ล้านครั้ง สร้างความเสียหายมากกว่า 400 ล้านปอนด์ (ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์) ส่งผลให้ร้านค้าต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น กล่องพลาสติกใสติดสัญญาณเตือนภัย
โฆษกของสมาคมฯ กล่าวว่าการขโมยสินค้าส่วนมากเชื่อมโยงกันเป็นขบวนการ เป็นการลงมือตามคำสั่งซื้อ และช็อกโกแลตถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้ามูลค่าสูงที่ได้รับความนิยมมาก
ตัวเลขอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคมโดย สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ ระบุว่า จำนวนคดีลักทรัพย์ในอังกฤษและเวลส์เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยปี 2024-2025 มีคดี 530,643 คดี เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน และเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2002-2003
ข่าวบอกด้วยว่าจากการลงพื้นที่ตรวจร้านสะดวกซื้อของเซนส์เบอรีส์ ในกรุงลอนดอน พบว่าทั้งช็อกโกแลตระดับพรีเมียม (เช่น โทนีส์ โชโคลอนลีย์ กรีนแอนด์แบล็กส์ และลินด์ท เอ็กเซลเลนซ์) และช็อกโกแลตแท่งขนาด 120 กรัมทั่วไป ถูกล็อกในกล่องพลาสติก มีป้ายว่าสินค้าถูกจำกัดการเข้าถึง ให้สอบถามพนักงาน
สมาคมค้าปลีกอังกฤษ ระบุว่า ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ผู้ค้าปลีกลงทุนมากกว่า 5 พันล้านปอนด์เพื่อต่อสู้กับการขโมยและอาชญากรรม รวมถึงการใช้แผงพลาสติกบนชั้นวาง ป้ายกันขโมย และการจำกัดจำนวนสินค้า นอกจากนี้ยังมีการออกแคมเปญเพื่อเตือนว่า “การขโมยไม่ใช่อาชญากรรมที่ไม่มีผู้เสียหาย เพราะสุดท้ายจะผลักภาระต้นทุนไปยังผู้ซื้อสุจริต” ด้วย
ด้านสมาคมร้านสะดวกซื้ออังกฤษแสดงความเห็นว่า ช็อกโกแลตและขนมหวานเป็นหนึ่งในสามสินค้าที่ถูกขโมยมากที่สุดมานานแล้ว แต่ที่ผ่านมา มักเป็นการหยิบฉวยเล็กน้อยของคนทั่วไป แต่แนวโน้มล่าสุดโดยเฉพาะช็อกโกแลตแท่งขนาดใหญ่มักถูกขโมยโดยผู้กระทำผิดซ้ำซาก เพื่อนำไปขายต่อตามใบสั่ง
“ไม่มีร้านค้าใดต้องการทำให้ลูกค้าซื้อของยากขึ้น แต่การขโมยที่เพิ่มขึ้นทำให้ร้านค้าไม่มีทางเลือก” สมาคมร้านสะดวกซื้อฯ ระบุ และว่าจากการสำรวจผู้บริโภคพบว่าคนที่รู้สึกอุ่นใจต่อมาตรการเหล่านี้มีจำนวนมากกว่าคนที่รู้สึกไม่พอใจถึงสองเท่า
สถานการณ์ลักษณะเดียวกันนี้ เกิดขึ้นในสหรัฐฯ เช่นกัน โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ร้านค้าปลีกรายใหญ่ เช่น วอลมาร์ต, ทาร์เก็ต, วอลกรีนส์ ฯลฯ ต้องเพิ่มมาตรการป้องกันการขโมยสินค้า ตั้งแต่สินค้าทั่วไปเช่นขนม ช็อกโกแลต ยาสีฟัน ไปจนถึงผงซักฟอก ยาแก้ไข้ เครื่องสำอาง ฯลฯ ถูกนำไปใส่กล่องล็อกหรือเก็บหลังตู้กระจก โดยผู้ค้าปลีกเชื่อว่าเป็นการขโมยสินค้าแบบเป็นขบวนการ เพื่อนำของไปขายออนไลน์ในราคาถูก.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส