อเมริกาและแคลิฟอร์เนีย
สุนทรพจน์ “ทรัมป์” ยาวเหยียด ไม่แตะ “เอปสตีน” ตามคาด

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : สุนทรพจน์ประจำปีของทรัมป์ สร้างความแตกแยกหนัก ทั้งในสภาและโลกออนไลน์ หลัง “สเตท ออฟ ดิ ยูเนียน” กลายเป็นคำโกหกที่ยาวสร้างประวัติศาสตร์ แถมไม่แตะประเด็นฉาว “เอปสตีน” ทั้งที่คนทั่วโลกต้องการฟังที่สุด

การกล่าวสุนทรพจน์ประจำปี หรือ State of the Union ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งกินเวลายาวนานเกือบสองชั่วโมงนั้น ข่าวบอกว่าเป็นสุนทรพจน์ที่สร้างความแตกแยกอย่างรุนแรง ทั้งในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร และประชาชนทั่วประเทศที่เฝ้าดูผ่านจอโทรทัศน์และแอปพลิเคชั่นต่างๆ

สุนทรพจน์ประจำปีครั้งนี้ ถูกนักวิจารณ์การเมือง และสมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนมากวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการ “เผยแพร่ข้อมูลเท็จที่ยาวเป็นประวัติศาสตร์” อีกทั้งยังหลีกเลี่ยงประเด็นเอกสารคดีของ “เจฟฟรีย์ เอปสตีน” ที่เป็นหนึ่งในรอยด่างดวงใหญ่ที่สุดของทรัมป์

สุนทรพจน์ซึ่งยาวถึง 1 ชั่วโมง 48 นาทีนั้น ทรัมป์ได้กล่าวยกย่องผลงานของตนเอง ทั้งมาตรการเข้มงวดด้านผู้อพยพ ภาษีตอบโต้ขนาดใหญ่ และความพยายามลดราคาสินค้า พร้อมประกาศว่า “ยุคทองของอเมริกาได้เริ่มต้นแล้ว”

คำพูดของทรัมป์ ถูกตรวจสอบว่าไม่เป็นความจริงในเกือบทุกประเด็น รวมถึงการบอกว่าเขาควรอยู่ใน “วาระที่สาม” โดยอ้างว่าการแพ้เลือกตั้งเมื่อปี 2020 เป็นเพราะมีการโกงบัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์ ทั้งที่ไม่มีหลักฐานใดๆ รวมถึงกล่าวว่าเขารับช่วงเงินเฟ้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และอ้างว่ายุติสงครามต่างประเทศแล้วถึงแปดแห่ง เป็นต้น

สุนทรพจน์ดังกล่าว ซึ่งปกติจะมีสมาชิกสภา คณะรัฐมนตรี และผู้พิพากษาศาลสูงเข้าร่วม ถูกสังเกตว่ามีสมาชิกเดโมแครตกว่า 20 คนไม่เข้าร่วม และจัดกิจกรรมของตนเองเพื่อประท้วงแทน ส่วนรายที่เข้าร่วม ต่างติดเข็มกลัดต่อต้านทรัมป์ เช่น เข็มกลัดข้อความกล่าวหาว่าโกหก และเข็มกลัดเรียกร้องให้เปิดเผยเอกสารคดีเอปสตีน ขณะที่สมาชิกคองเกรสหญิงบางคนสวมชุดสีขาวเพื่อรำลึกถึงการต่อสู้เพื่อสิทธิเลือกตั้งของสตรี ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่เริ่มในช่วงวาระแรกของทรัมป์

ประเด็นที่ไฮไลต์ คือหลังทรัมป์เริ่มกล่าวสุนทรพจน์ได้ไม่นาน สมาชิกสภาจากรัฐเท็กซัส อัล กรีน ซึ่งเป็นคนผิวดำถูกเชิญออกจากห้องเพราะถือป้าย Black people aren’t Apes! (คนผิวดำไม่ใช่ลิง) ตอบโต้พฤติกรรมของทรัมป์ ที่รีโพสต์คลิปวิดีโอดูถูกประธานาธิบดีบารัก โอบาม่า และภรรยา จนกลายเป็นข่าวดังในช่วงที่ผ่านมา

อีกช่วงหนึ่งที่บรรยากาศตึงเครียดมาก คือการที่ทรัมป์เรียกคำตัดสินของศาลสูงที่ยกเลิกภาษีตอบโต้ของเขาว่า “น่าเสียดายมาก” โดยผู้พิพากษานั่งนิ่งเฉย ขณะที่ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งวิจารณ์ผู้พิพากษาที่ตัดสินค้านเขาอย่างรุนแรง

ในฝั่งรีพับลิกัน สมาชิกหลายคนลุกขึ้นปรบมือซ้ำๆ ในแทบทุกประเด็นที่ทรัมป์พูด ทั้งเรื่องการยกเลิกความเท่าเทียม นโยบายพลังงาน และนโยบายผู้อพยพ ฯลฯ

ในประเด็นนโยบายผู้อพยพนั้น ทรัมป์กล่าวว่า “หน้าที่แรกของรัฐบาลอเมริกันคือปกป้องพลเมือง ไม่ใช่ผู้อพยพผิดกฎหมาย” ทำให้นักการเมืองฝั่งรีพับลิกันลุกขึ้นยืนตบมือ ขณะที่เดโมแครตนั่งเฉย ทำให้ทรัมป์โกรธ และกล่าวว่าพวกเขา “ควรละอายใจ” และว่า “คนพวกนี้บ้าไปแล้ว”

ในโลกออนไลน์ กระแสตอบรับก็แตกแยกไม่แพ้กัน สมาชิกเดโมแครตจำนวนมากชี้ว่า สุนทรพจน์เกือบสองชั่วโมงของทรัมป์ไม่เอ่ยถึงเอกสารคดีเอปสตีนเลย ทั้งที่เรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่ของทั่วโลกต่อเนื่องมาหลายเดือน อีกทั้งมีเอกสารจำนวนมากเชื่อมโยงทรัมป์กับเอปสตีนอย่างแน่นหนาก็ตาม

ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาโพสต์ออนไลน์ว่า ระหว่างที่ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ ชาวอเมริกันยังคงรอความยุติธรรมและความโปร่งใสในคดีเอปสตีน พร้อมกล่าวว่า ทรัมป์ “วาดภาพ” ประเทศที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

เหยื่อจากคดีเอปสตีน แอนนี ฟาร์เมอร์ ซึ่งเข้าฟังสุนทรพจน์ ออกแถลงการณ์ว่า เธอและเหยื่อที่รอดชีวิตคนอื่นยังเรียกร้องความยุติธรรมในคดีของเอปสตีนและกิสเลน แมกซ์เวลล์ แต่กลับไม่ได้รับคำตอบใดๆ

แน่นอนว่า ฝ่ายรีพับลิกันและเหล่าเมก้ากลับยกย่องสุนทรพจน์ โดยระบุว่าทรัมป์เป็นความแข็งแกร่งของประเทศ และยืนยันว่าทรัมป์ ได้ทำตามคำสัญญาหาตอนหาเสียงทุกอย่าง.







 




นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส

แสดงความคิดเห็น

Name :

Detail :




ฉบับที่
641
siamtownus newspaper








Hots Clip VDO ดูทั้งหมด

ขออภัยสัญญาณ VDO มีปัญหากำลังดำเนินการแก้ไข