บทความ : บีบีซี ถาม "ตีแสกหน้าทรัมป์” ปมซื้อหุ้นวันละ 40 รายการ
เมื่อผู้นำประเทศอย่างทรัมป์ ซึ่งสามารถ “ขยับตลาด” ได้ทุกครั้งที่พูด กลับลงทุนซื้อหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่วันละประมาณ 40 รายการ…. บีบีซี จึงตั้งคำถามโดนใจคนทั่วประเทศว่า “เส้นแบ่ง” ระหว่างนักการเมืองกับตลาดทุนควรอยู่ตรงไหน…
โดยทีมข่าวสยามทาวน์ยูเอส
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 บีบีซี โดยมิเชลล์ ฟลูรี รายงานข่าวจากวอลล์สตรีท โดยอ้างอิงเอกสารเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่ยื่นต่อสำนักงานจริยธรรมของรัฐบาล (Office of Government Ethics หรือ OGE) ที่แสดงให้เห็นว่า ในช่วงสามเดือนแรกของปีนี้ มีการซื้อขายหลักทรัพย์หลายพันรายการ ในนามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
“นี่ไม่ใช่การซื้อขายเพียงครั้งเดียว แต่เป็นหลายพันครั้ง โดยเอกสารเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัย หลังพบว่ามีการซื้อขายมากกว่า 3,700 รายการ ภายในเวลาเพียงสามเดือน หรือเฉลี่ยประมาณ 40 รายการต่อวัน” ฟลูรีเปิดรายการ
และหุ้นเหล่านั้น ไม่ใช่ของบริษัทเล็กๆ ที่คนไม่รู้จัก แต่เป็นบริษัทระดับยักษ์ใหญ่ของตลาดสหรัฐฯ ทั้งเอ็นวิเดีย, แอปเปิล, ไมโครซอฟท์ และเทสลา ฯลฯ
แมทธิว ทัตเทิล จากบริษัท ทัตเทิล แคปิตอล แมเนจเมนต์ ในคอนเนกติกัต แสดงความเห็นกับบีบีซีว่า “ทรัมป์ คือประธานาธิบดีที่บรรดานักลงทุน “จับตา” มากที่สุด
“นี่คือประธานาธิบดีที่บรรดานักลงทุนติดตามมากที่สุดเท่าที่เราเคยมี และอาจจะมากที่สุดตลอดไปด้วย เพราะทุกครั้งที่เขาออกมาพูด เขากำลังขยับตลาด เขากำลังขยับราคาหุ้น และถ้าคุณไม่จับตาดู คุณกำลังพลาดโอกาส”
มิเชลล์ ฟลูรี ได้ยกตัวอย่างกรณีของเอ็นวิเดีย บริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ผู้ออกแบบชิปประมวลผล (GPU) และระบบสำหรับงานคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดของโลก โดยบอกว่า “ตัวแทนของทรัมป์” ได้ซื้อหุ้นบริษัทนี้ทั้งหมด 15 ครั้งในช่วงสามเดือนแรกของปี โดยรายการที่ใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ มูลค่าระหว่าง 1 ล้านถึง 5 ล้านดอลลาร์
กรณีนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะ เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอ็นวิเดีย เป็นหนึ่งในผู้นำภาคธุรกิจที่ร่วมคณะของ โดนัลด์ ทรัมป์ ไปเยือนจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย
ทรัมป์ยังโพสต์โซเชียลมีเดียชื่นชมเขาว่าเป็น “เจนเซน หวง ผู้ยิ่งใหญ่” บอกว่าเป็นเกียรติที่ได้เดินทางร่วมกัน และกล่าวเป็นนัยว่า เขาจะผลักดันให้จีนเปิดกว้างมากขึ้น เพื่อให้ผู้บริหารอย่างหวง สามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่
และยังมีอีกกรณีหนึ่ง ที่หลายคนมองว่าเป็นการปั่นหุ้นที่เห็นชัดจน “น่าเกลียด”
กรณีของคุณป้าชารอน ซิมมอนส์ “มาก้า” ตัวแม่จากอาร์คันซอส์ บินตรงมาทำหน้าที่พนักงานของดอร์แดช ส่งอาหารจากแม็คโดนัลด์ ให้ทรัมป์ถึงประตูทำเนียบขาว ซึ่งการสร้างกระแสดังกล่าวทำให้กราฟราคาหุ้นของดอร์แดชพุ่งสูงขึ้นแบบพรวดพราด
โดยมิเชลล์ ฟลูรี อ้างเอกสารข้อมูลการเงินว่า “นายหน้าของทรัมป์ ได้ซื้อหุ้นของดอร์แดช ถึงห้าครั้งในช่วงไม่ถึงเดือนก่อนหน้านั้น...
แน่นอนว่า องค์กรทรัมป์ หรือ Tramp organization ออกมาปฏิเสธแบบที่เคยปฏิเสธตลอดมา ว่าการลงทุนทรัพย์สินของทรัมป์ อยู่ภายใต้การบริหารโดยบุคคลที่สามโดยอิสระ โดยที่ทรัมป์และสมาชิกในครอบครัวไม่มีส่วนรับรู้ ไม่ได้เลือกซื้อ และได้รับแจ้งล่วงหน้าเกี่ยวกับการซื้อขาย ไม่มีส่วนร่วมตัดสินใจลงทุน และไม่ได้อนุมัติรายการซื้อขายใดๆ ทั้งสิ้น...
แล้วกฎหมายว่าอย่างไร
มิเชลล์ ฟลูรี บอกว่าตามกฎหมาย (STOCK Act ปี 2012) แล้ว เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลการซื้อขายทรัพย์สิน ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่เธอสามารถนำเอาข้อมูลการ “กระหน่ำ” ซื้อหุ้นของทรัมป์ มาให้สาธารณชนรับทราบได้
แต่กฎหมายที่บังคับให้เปิดเผยข้อมูล แต่ไม่ได้ห้ามซื้อขาย น่าจะมีผลกับบรรดานักการเมืองระดับสูงที่ “หน้าบาง” เท่านั้น
การหาผลประโยชน์ซ้ำซ้อนแบบไม่แคร์สื่อของทรัมป์ ทำให้ฝั่งเดโมแครตพยายามออกกฎหมายอย่างน้อยสองฉบับ คือ Stop Insider Trading Act และ No Getting Rich in Congress Act (ยื่นเสนอปี 2026) ซึ่งมีสาระคล้ายๆ กันว่าห้ามประธานาธิบดีหรือเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้งซื้อ ซึ่งมีบทบาทกับการ “ขึ้น-ลง” ของตลาดหุ้น ทำการซื้อขายหุ้น ไม่ว่าจะด้วยตนเอง หรือผ่านบุคคลอื่น
แต่กฎหมายดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้น ทรัมป์ก็ยังคงสามารถซื้อขายหุ้นที่ตัวเองปั่นได้ต่อไป
มิเชลล์ ฟลูรี จบข่าวของเธอด้วยคำถามที่ (ทุกคนรู้คำตอบ) ว่า "การเมืองกับตลาดทุน ควรอยู่ใกล้กันแค่ไหน”…
#สยามทาวน์ #คนไทยในต่างแดน #คนไทยในอเมริกา #คนไทยแอลเอ #ทรัมป์ #ตลาดหุ้น #ปั่นหุ้น #วอลล์สตรีท #เศรษฐกิจสหรัฐ #การเมืองอเมริกา #หุ้นสหรัฐ #เอ็นวิเดีย #ดอร์แดช
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส