สนไหม? จ่าย3หมื่น เรียกสัมภาษณ์ “วีซ่า” เข้าอเมริกาทันที
แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดโครงการนำร่องให้ผู้ขอวีซ่าท่องเที่ยวบางประเภทจ่ายเพิ่ม 750 ดอลลาร์ เพื่อเข้าคิวสัมภาษณ์เร็วขึ้น
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2026 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เผยแพร่ระเบียบชั่วคราวในเว็บไซต์เผยแพร่กฎระเบียบอย่างเป็นทางการของรัฐบาล (Federal Register) เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวและธุรกิจชั่วคราว (B1/B2) ที่ต้องการนัดสัมภาษณ์เร็วขึ้น โดยการจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม 750 ดอลลาร์
ระเบียบใหม่ดังกล่าว จะเริ่มทดลองใช้เป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 ธันวาคม 2026 และเปิดให้บริการเฉพาะสถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ บางแห่งเท่านั้น
ขณะนี้ ยังไม่มีการระบุรายชื่อสถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ ที่จะนำระเบียบใหม่ดังกล่าวไปใช้ โดยกระทรวงต่างประเทศระบุว่า จะประกาศรายชื่อสถานที่ที่เข้าร่วมบนเว็บไซต์ travel.state.gov ก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม นี้
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า คิวสัมภาษณ์วีซ่าในหลายประเทศยังคงล่าช้าอย่างหนัก โดยบางแห่งต้องรอนานเกิน 1 ปี เนื่องจากความต้องการเดินทางเข้าสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026
ภายใต้ระบบใหม่นี้ ผู้สมัครจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนปกติ คือกรอกแบบฟอร์ม DS-160 และชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า 185 ดอลลาร์ แล้วจองวันสัมภาษณ์ตามระบบปกติ
หากสถานทูตหรือสถานกงสุลแห่งนั้นถูกเลือกเข้าร่วมโครงการ ผู้สมัครสามารถยื่นคำร้องและจ่ายค่าธรรมเนียมอีก 750 ดอลลาร์เพื่อขอคิวสัมภาษณ์แบบเร่งด่วนได้ ซึ่งโดยทั่วไปจะได้รับวันนัดภายในประมาณ 10 วันทำการ
“เมื่อมีคิวสัมภาษณ์เร่งด่วนว่าง ระบบจะเปิดให้จองเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 5-10 นาที หากผู้สมัครไม่ชำระเงินภายในเวลาที่กำหนด คิวดังกล่าวจะถูกปล่อยให้ผู้สมัครรายอื่นทันที” ข้อมูลขอบกระทรวงต่างประเทศระบุ
กระทรวงการต่างประเทศย้ำด้วยว่าการจ่ายเงินเพิ่มไม่ได้หมายความว่าจะได้รับวีซ่าโดยอัตโนมัติ แต่เป็นเพียงการช่วยให้ได้รับคิวสัมภาษณ์เร็วขึ้นเท่านั้น เพราะผู้ยื่นขอวีซ่าทุกคนต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียดถี่ถ้วนตามปกติ และว่าจะไม่มีการคืนเงินค่าธรรมเนียม 750 ดอลลาร์ ไม่ว่าผู้สมัครจะยกเลิกการนัดหมาย ไม่ไปสัมภาษณ์ หรือถูกปฏิเสธวีซ่าก็ตาม
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการคิวเร่งด่วนประมาณ 25,700 รายต่อปี และสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมราว 19.3 ล้านดอลลาร์ โดยจะใช้เวลาทดลองใช้ 6 เดือนเพื่อเก็บข้อมูล หากพบว่ามีความต้องการสูง และสามารถลดภาระงานของเจ้าหน้าที่กงสุลได้จริง ก็อาจมีการประกาศใช้เป็นการถาวรต่อไป.
นำเสนอข่าวโดย : ภาณุพล รักแต่งาม,
แหล่งที่มาข่าวโดย : สยามทาวน์ยูเอส