เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 อีริก แกรนท์ อัยการรัฐบาลกลาง เปิดเผยว่า คิมานี โอซายันเด โจนส์ ชาวเมืองซาคราเมนโต้ อายุ 49 ปี ถูกคณะลูกขุนใหญ่มีคำสั่งฟ้องในข้อหาพยายามนำอุปกรณ์ทำลายล้างขึ้นเครื่องบิน ครอบครองวัตถุระเบิดภายในสนามบินโดยผิดกฎหมาย และพยายามนำอาวุธอันตรายหรือวัตถุระเบิดขึ้นอากาศยาน
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 30 พฤษภาคมที่สนามบินนานาชาติซาคราเมนโต้ ขณะที่โจนส์ ซึ่งใช้ผ้าพันคอปิดใบหน้าและสวมถุงมือยาง พยายามผ่านด่านตรวจของทีเอสเอ เพื่อเดินทางด้วยเที่ยวบินของอเมริกัน แอร์ไลน์ส ไปยังเมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋าถือขึ้นเครื่องของเขา พบวัตถุระเบิดชนิด M-Type พร้อมไฟแช็กแบบหัวพ่นไฟที่สามารถจุดชนวนได้ มีด กรรไกร ใบมีดกรรไกร สเปรย์กระป๋อง เชือกรัดพลาสติก (Zip Tie) และโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง โดยเครื่องหนึ่งถูกตั้งเวลาถอยหลัง 15 นาที ขณะที่อีกเครื่องหนึ่งมีข้อความจากบุคคลไม่ทราบชื่อปรากฏบนหน้าจอว่า “เราจะรอสายจากคุณ”
เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดจากสำนักงานเชอรีฟของซาคราเมนโต้ เคาน์ตี และผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิดของเอฟบีไอ ได้นำวัตถุระเบิด ซึ่งพบว่าเป็นระเบิดจริง ออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย
สำนักงานอัยการระบุว่า หากระเบิดทำงานใกล้หน้าต่าง ขณะเครื่องบินอยู่เหนือระดับความสูง 10,000 ฟุต อาจทำให้ตัวเครื่องเสียหาย และอาจส่งผลให้ห้องโดยสารสูญเสียความดันอากาศได้
นอกจากข้อหาพยายามนำอุปกรณ์ทำลายล้าง/วัตถุระเบิดขึ้นเครื่องบิน ซึ่งมีโทษจำคุกขั้นต่ำ 20 ปี และปรับสูงสุด 250,000 ดอลลาร์แล้ว โจนส์ยังถูกข้อหาครอบครองวัตถุระเบิดในสนามบิน ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี และปรับ 250,000 ดอลลาร์อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ลอสแอนเจลิส ไทม์ส รายงานว่าโจนส์มีประวัติของอาการหวาดระแวง (paranoia) เคยโทรศัพท์แจ้งเอฟบีไออย่างน้อย 13 ครั้งในปี 2026 ว่าถูกข่มขู่ คุกคาม สะกดรอยตาม ถูกกลั่นแกล้งระหว่างนอนหลับ และมีผู้สามารถเข้าถึงข้อความส่วนตัวในโทรศัพท์ของเขา ฯลฯ
“ถึงจะดูเหมือนเป็นพฤติกรรมของผู้มีปัญหาสุขภาพจิต (mental health issue) มากกว่าแผนก่อการร้ายก็ตาม แต่เขาถูกตั้งข้อหาหนักแล้ว และอาจติดคุกนานหากศาลตัดสินว่ามีความผิด” ข่าวของไทมส์ ระบุ.