แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะให้คำมั่นว่าจะมุ่งเป้าจับกุมและเนรเทศ “กลุ่มที่เลวร้ายที่สุด” ในบรรดาผู้อพยพที่อยู่ในประเทศโดยไม่มีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย แต่ข้อมูลล่าสุดกลับสะท้อนภาพที่แตกต่างออกไป เพราะมีผู้ถูกคุมตัวเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่อยู่ในกลุ่ม “เลวร้าย” ดังกล่าว
เอบีซีนิวส์ รายงานเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ถึงผลวิเคราะห์เอกสารที่ ICE เปิดเผยตามคำร้องขอข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ (FOIA) ให้แก่โครงการ Deportation Data Project และศูนย์สิทธิมนุษยชนแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ซึ่งพบว่า ระหว่างวันที่ 20 มกราคม 2025 ถึง 11 มีนาคม 2026 มีผู้ถูกควบคุมตัวโดย ICE จำนวน 438,537 คน แต่มีเพียง 13,018 คน หรือประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ ที่เคยถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีอาญารุนแรง
การวิเคราะห์ครั้งนี้กำหนดให้ “คดีอาญารุนแรง” หมายถึงคดีฆาตกรรม การล่วงละเมิดทางเพศ การปล้น และการทำร้ายร่างกาย
ข้อมูลยังระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อบุคคลมากกว่า 400,000 คน ที่ไม่มีประวัติอาชญากรรมรุนแรง รวมถึงบิดามารดาและคู่สมรสของพลเมืองสหรัฐฯ จำนวนมาก
แม้สัดส่วน 3 เปอร์เซ็นต์จะใกล้เคียงกับที่พบในรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน แต่จำนวนผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมดภายใต้รัฐบาลทรัมป์เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยปัจจุบันมีผู้ถูกควบคุมตัวในระบบตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางราว 60,000 คน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ข้อมูลยังพบว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2025 ICE จับกุมบิดามารดาของเด็กที่เกิดในสหรัฐฯ ประมาณ 14,450 คน ทำให้เด็กมากกว่า 9,700 คน ต้องเผชิญกับการที่บิดาหรือมารดาอย่างน้อยหนึ่งคนถูกควบคุมตัว และมีเด็กมากกว่า 7,000 คน ที่บิดาหรือมารดาถูกเนรเทศออกจากสหรัฐฯ ในเวลาต่อมา
จากผู้ปกครองที่ถูกเนรเทศกว่า 4,700 คนนั้น มีเพียง 265 คนที่เคยถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีอาญารุนแรง
นอกจากนี้ ICE ยังจับกุมคู่สมรสของพลเมืองสหรัฐฯ จำนวน 4,843 คน ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2025 โดยมีมากกว่า 2,000 คนถูกเนรเทศออกจากประเทศในเวลาต่อมา และจากกว่า 2,000 คนนั้น มีเพียง 165 คนเท่านั้นที่เคยถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีอาญา
นักวิจารณ์นโยบายตรวจคนเข้าเมืองเตือนว่า การจับกุมและเนรเทศในช่วงที่ผ่านมา อาจก่อให้เกิดวิกฤตด้านสวัสดิภาพเด็กและผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อครอบครัวชาวอเมริกัน เนื่องจากผู้ถูกควบคุมตัวจำนวนมากเป็นผู้ปกครองหรือเป็นเสาหลักทางการเงินของครอบครัว และว่าในสมัยของทรัมป์ เป็นช่วงที่เด็กอเมริกันประสบปัญหาครอบครัวแตกแยกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่
กระทรวงความมั่นคงภายใน (DHS) โต้แย้งผลการวิเคราะห์ดังกล่าว โดยระบุว่า ข้อมูลถูกนำเสนอแบบเลือกเฉพาะบางส่วน และยืนยันว่าการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลทรัมป์ยังคงมุ่งเป้าไปที่อาชญากรต่างชาติที่อยู่ในประเทศโดยผิดกฎหมาย รวมถึงฆาตกร ผู้ข่มขืน ผู้ล่วงละเมิดเด็ก สมาชิกแก๊งอาชญากรรม และผู้ก่อการร้าย
กระทรวงความมั่นคงฯ ยังระบุด้วยว่า ผู้ถูกจับกุมบางส่วน ถึงจะไม่มีประวัติอาชญากรรม แต่ก็อาจเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย การละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือองค์กรอาชญากรรม ได้.