เมื่อเย็นวันที่ 12 มิถุนายน 2026 ที่โซไฟ สเตเดียม เมืองอิงเกิลวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย ทีมชาติอเมริกาเปิดฉากฟุตบอลโลก 2026 ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเอาชนะปารากวัย 4-1 ต่อหน้าแฟนบอลในสนาม 70,492 คน
ชัยชนะดังกล่าวถือเป็นชัยชนะที่ขาดลอยที่สุดของสหรัฐฯ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก นับตั้งแต่เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์
สหรัฐฯ ออกนำตั้งแต่นาทีที่ 7 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ดาเมียน โบบาดียา กองกลางปารากวัย หลัง คริสเตียน พูลิซิช ลากบอลฝ่ากองหลังทางฝั่งซ้าย ก่อนจ่ายให้ เวสตัน แม็คเคนนี และบอลแฉลบเข้าประตู
จากนั้น โฟลาริน บาลอกุน กองหน้าวัย 24 ปี ทำประตูที่สองในนาทีที่ 31 ก่อนจะบวกประตูที่สองของตัวเองในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ส่งให้สหรัฐฯ นำห่าง 3-0 เมื่อจบ 45 นาทีแรก ซึ่งเป็นการนำมากที่สุดของทีมในเกมฟุตบอลโลกนัดใดนัดหนึ่ง
บาลอกุน ซึ่งเกิดที่นครนิวยอร์กและเติบโตในอังกฤษ ลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก และกลายเป็นนักเตะสหรัฐฯ คนแรกนับตั้งแต่ปี 1930 ที่ยิงได้มากกว่าหนึ่งประตูในเกมฟุตบอลโลกนัดเดียว
กองหน้าของสโมสรโมนาโก ตัดสินใจเลือกเล่นให้ทีมชาติสหรัฐฯ เมื่อสามปีก่อน แทนการเดินตามเส้นทางทีมชาติอังกฤษ
ครึ่งหลัง ปารากวัยตีไข่แตกได้จาก เมาริซิโอ แต่ไม่สามารถไล่ทัน หลังเสียประตูเร็วตั้งแต่ต้นเกม
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง จิโอ เรย์นา ยิงประตูปิดท้ายเป็น 4-1 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ให้สหรัฐฯ ยิงได้ 4 ประตูในฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก
ผลงานดังกล่าวแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากฟุตบอลโลกที่กาตาร์เมื่อปี 2022 ซึ่งสหรัฐฯ ยิงได้รวมเพียง 3 ประตูจากการลงเล่น 4 นัด
อีกประเด็นที่แฟนบอลสหรัฐฯ ต้องลุ้นคืออาการบาดเจ็บของพูลิซิช ซึ่งถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงพักครึ่ง หลังโดนเตะบริเวณน่องซ้ายและมีอาการตึง อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวกล่าวหลังเกมว่า
“ผมยังมองในแง่บวก ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นอะไรร้ายแรง”
การแข่งขันนัดนี้ยังได้รับความสนใจจากคนดังจำนวนมากที่เข้าชมเกมในสนาม รวมถึง ทอม ครูซ, จอร์จ ลูคัส, บิล เกตส์, ฮัลลี เบอร์รี, ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และคารีม อับดุล-จับบาร์.